ขณะที่ ความกังวลจากกรณีที่สหรัฐฯ เตรียมประกาศขึ้นภาษีกับ รัสเซีย และกลุ่มประเทศที่มีการซื้อน้ำมัน และพลังงานกับทางรัสเซียนั้น นางศุภจี มองว่าอาจไม่เกี่ยวกับประเทศไทยทางตรง แต่ในแง่ของภูมิศาสตร์โลกอาจจะมีความเกี่ยวข้องกันอยู่และได้รับผลกระทบทางอ้อม ขณะนี้ไทยต้องเน้นเรื่องของการเจรจากับทางสหรัฐฯให้จบ ซึ่งตัวกรอบภาษียังเป็นเป้าเดิมที่คงไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็จะเป็นตัวภาษีที่ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศที่มีการตกลงกันแล้ว โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคเดียวกันมีขีดความสามารถแข่งขันเท่าเทียมกัน
เมื่อถามถึง กรอบภาษีที่ทางไทยต้องการเพื่อให้เกิดการแข่งขันได้ นางศุภจี กล่าวว่า กรอบภาษีเดิมหากจำได้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วทางสหรัฐฯ มีการคิดภาษีสำหรับประเทศที่ทางสหรัฐฯ ขาดดุลการค้า ซึ่งประเทศไทยได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 11 ของโลก ฉะนั้นทางสหรัฐฯ ก็อยากใช้มาตรการภาษีที่ทำให้ประเทศของเขามีความสมดุลกับการค้าขายในกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ เสียดุลการค้า
นางศุภจี กล่าวว่า ตอนแรกที่มีประกาศออกมา 36% แต่เมื่อมีการเจรจา ช่วงอดีตรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการเจรจาจนได้ภาษีอยู่ที่ 19 % แต่ในรายละเอียด ณ ขณะนั้น มีการคุยกันในสิ่งที่ไม่ใช่ภาษีด้วย ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่ยังไม่ได้เจรจาในรัฐบาลที่แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องมีการเจรจาเพิ่มเติม จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางศาลสูงสหรัฐฯ ระบุว่า การกำหนดภาษีของสหรัฐฯนั้น ทำไม่ถูกต้อง ทำให้สหรัฐฯ ออกเป็นมาตรการชั่วคราว โดยเรียกว่า มาตรการ 122 ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ยังสามารถเก็บภาษีจากประเทศอื่นๆได้ โดยเป็นการคิดภาษีเหมือนกันทุกประเทศอยู่ที่ 10% แต่ใช้ได้เพียง 150 วัน ซึ่งหมดไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม แต่สิ่งที่ สหรัฐฯ ทำทันทีหลังหมดมาตรการนี้ ก็คือ การออกมาตรการ 301 เพื่อดึงภาษีตัวเองขึ้นมาอีก โดยสิ่งที่ไทยต้องเจรจาด้วยก็คือ เรื่องของแรงงานบังคับ และเรื่องดัชนีการผลิตส่วนเกิน เพราะสหรัฐฯ บอกว่าไทยอาจจะไม่ได้มีการผลิตอะไรที่มากมาย
นางศุภจี กล่าวว่า ส่วนการประกาศเรื่องแรงงานบังคับได้มีการประกาศผลออกมาเรียบร้อยซึ่งไทยอยู่ที่ 12.5% แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเจรจาไปเมื่อปีที่แล้วจะอยู่ที่ 10% ดังนั้น หน้าที่ของไทยก็คือ ต้องพยายามเจรจาให้จบเพื่อที่จะได้กลับไปอยู่ระดับเดียวกันกับประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อให้เกิดการแข่งขันในระดับเดียวกัน หน้าที่ของไทย ต้องพยายามเจรจาให้จบ ก่อนที่สหรัฐฯ จะมีการประกาศมาตรการ 301 ออกมา เพื่อที่จะไม่ทำให้อัตราภาษีของไทยสูงเกินประเทศเพื่อนบ้านและไม่เกินกรอบเดิมที่มีการเจรจาไว้อยู่ที่ 19%
นางศุภจี ยืนยันหลักการและรายละเอียดนั้น ได้มีการหารือจบไปแล้วจากการเดินทางไปที่กรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งภาพรวมนี้ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่รายละเอียดเป็นเรื่องของทางเทคนิคที่ทางทีมงานจะต้องตกลงกันให้ได้ในความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนหลักการนั้น ส่วนตัวก็พยายามจะให้ไม่เกินกรอบเดิมที่ได้มีการตั้งไว้ อย่างไรก็ตามอาจจะขอให้นายกรัฐมนตรี เจรจาเพิ่มเติมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะที่ผ่านมาไทยก็ให้ความร่วมมืออย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งความสำคัญตรงนี้ต้องเป็นในระดับผู้นำประเทศคุยกัน