เนชั่นทีวี

Business

พาณิชย์-เกษตรฯ เร่งช่วยกุ้งไทย 400 ตัน/เดือน หลังมาเลย์ระงับนำเข้า

07 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

พาณิชย์-เกษตรฯ เร่งช่วยกุ้งไทย 400 ตัน/เดือน หลังมาเลย์ระงับนำเข้า

รัฐบาลสั่งพาณิชย์-เกษตรฯ ออก 13 มาตรการช่วยผู้เลี้ยงกุ้ง ดูดซับผลผลิต 400 ตันต่อเดือน เปิดตลาดใหม่ ป้องกันราคากุ้งหน้าฟาร์มตก หลังมาเลเซียระงับนำเข้า

รัฐบาลสั่งพาณิชย์-เกษตรฯ ออก 13 มาตรการช่วยผู้เลี้ยงกุ้ง ดูดซับผลผลิต 400 ตันต่อเดือน เปิดตลาดใหม่ ป้องกันราคากุ้งหน้าฟาร์มตก หลังมาเลเซียระงับนำเข้า

KEY

POINTS

 

  • รัฐบาลเร่งแก้ผลกระทบหลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2569 โดยนายกรัฐมนตรีกำชับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เร่งเจรจาและออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดยด่วน
  • กระทรวงพาณิชย์ออก 13 มาตรการเร่งด่วน ตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งเดือนละ 400 ตัน ใกล้เคียงปริมาณส่งออกไปมาเลเซีย 300-400 ตันต่อเดือน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคากุ้งหน้าฟาร์มและลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม
  • เดินหน้าหาตลาดใหม่ในจีนผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าและจับคู่ธุรกิจ พร้อมกระตุ้นบริโภคในประเทศผ่านโครงการ “หรอยริมเล” ไทยช่วยไทยพลัส และธงฟ้า ขณะเดียวกันเตรียมยกระดับปัญหาสู่เวที WTO และอาเซียน หากจำเป็น

 

7 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งกำหนดแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและการส่งออกกุ้งแล้ว ทั้งมาตรการเฉพาะหน้าและแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

โดยเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีห่วงใยถึงความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก และได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ เร่งเจรจากับมาเลเซียโดยเร็ว พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ ไม่ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะในภาคใต้

 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกันราคากุ้งหน้าฟาร์มตกต่ำ และการดูแลผลผลิตที่อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมกุ้งเกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร ผู้รวบรวม โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก และแรงงานจำนวนมาก

สำหรับมาตรการล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 13 มาตรการ โดยตั้งเป้าดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 400 ตัน ใกล้เคียงกับปริมาณส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียเฉลี่ยเดือนละ 300–400 ตัน หรือมูลค่าราว 44 ล้านบาทต่อเดือน

 

มาตรการระยะสั้น จะเดินทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งเปิดตลาดผ่านกิจกรรมในจีน ทั้ง Top Thai Brands ที่คุนหมิงและเซี่ยเหมิน Thailand Week ที่ต้าเหลียนและหลานโจว รวมถึงการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และการโปรโมทกุ้งไทยในงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก SIAL

 

ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ผ่านกิจกรรม “หรอยริมเล” ที่ภูเก็ต ประสานห้างท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดจุดรับซื้อกุ้งในจังหวัดเป้าหมาย เชื่อมโยงผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อให้รับตรงจากแหล่งผลิต พร้อมนำโครงการไทยช่วยไทยพลัสและธงฟ้า เข้าช่วยระบายสินค้า

 

สำหรับระยะยาว กรมประมงและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จะเร่งหารือกับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายปัญหา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ติดตามใกล้ชิด และเตรียมยกระดับประเด็นเข้าสู่เวที WTO และอาเซียน หากจำเป็น

 

"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ รัฐบาลมีเป้าหมายคือ ปกป้องเกษตรกร รักษาราคาหน้าฟาร์ม เปิดตลาดสำรอง และลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาดให้ได้มากที่สุด" น.ส.รัชดา กล่าว