เพนตากอนสั่งยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด "วิกฤตสปายยิว" แอบดักฟังข้อมูลลับทำเนียบขาว
สำนักข่าวระดับโลกทั้ง NBC News และ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงานข้อมูลตรงกันโดยอ้างอิงแหล่งข่าวกรองระดับสูงภายในรัฐบาลวอชิงตันว่า สำนักงานข่าวกรองกลาโหมของสหรัฐฯ หรือ DIA (Defense Intelligence Agency) ได้สั่งการยกระดับการเฝ้าระวังและการเตือนภัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการจารกรรมข้อมูลและความเคลื่อนไหวของสายลับอิสราเอล จากระดับ "รุนแรงสูง" (High) ขึ้นสู่ระดับ "วิกฤตขั้นสูงสุด" (Critical) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีความกังวลและตรวจพบพฤติกรรมรวมถึงแทกติกเชิงรุกที่ก้าวร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ จากฝั่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของอิสราเอล ที่พยายามลักลอบเจาะข้อมูลและดักฟังความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อล่วงรู้และทำความเข้าใจแนวคิดรวมถึงทิศทางการหารือภายในของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับแผนการและเงื่อนไขในการเตรียมประกาศยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับประเทศอิหร่าน ซึ่งพฤติกรรมหักหลังพันธมิตรในครั้งนี้ได้สร้างความตึงเครียดและรอยร้าวลึกให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในฉากหลังเป็นอย่างมาก
สหรัฐฯ เล็งริบทรัพย์สินอิหร่านหมื่นล้านบูรณะอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ศึกเลบานอน "ฮิซบอลเลาะห์" รัวโดรนพังรถถังยิว
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า นายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแผนการขั้นเด็ดขาดในการเตรียม "เปลี่ยนเส้นทางและริบเงินสินทรัพย์ของรัฐบาลอิหร่านที่ถูกสั่งอายัดไว้ทั่วโลก" เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณกองทุนในการฟื้นฟู บูรณะ และซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย ที่ได้รับหรืออาจจะได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและการโจมตีของอิหร่านในอนาคต ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นายโมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaei) ที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำสูงสุดอิหร่านเพิ่งออกมาประกาศผ่านสื่อยื่นคำขาดว่า ข้อตกลงสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยอมปล่อยเงินสินทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งจำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐคืนแก่เตหะรานเท่านั้น
ในส่วนของสถานการณ์การสู้รบภาคพื้นดิน กลุ่มกองกำลัง ฮิซบอลเลาะห์ ได้ออกแถลงการณ์อ้างความสำเร็จในการส่งฝูงโดรนพลีชีพสายพันธุ์ "อาบาบิล" (Ababil drones) บินฝ่าระบบป้องกันภัยเข้าไปโจมตีศูนย์บัญชาการหลักของกองทัพอิสราเอลในเมืองนากูรา (Naqoura) สำเร็จ รวมถึงใช้โดรนและปืนใหญ่ยิงถล่มทำลายรถถังหลัก "เมอร์คาวา" (Merkava) ของอิสราเอลจนพังพินาศบนเนินเขาชานเมืองฮัดดาธา (Haddatha) และโยหมอร์ อัล-ชาคิฟ (Yohmor al-Shaqif) ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทวิเคราะห์ของ รองศาสตราจารย์ เนเดอร์ ฮาเชมี (Nader Hashemi) จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ที่ระบุว่าคำประกาศหยุดยิงในเลบานอนของทรัมป์เป็นเรื่องเหลวไหล เพราะในความเป็นจริง "ไม่มีการหยุดยิงอยู่จริงในเลบานอน" แต่อิสราเอลใช้คำนี้เพื่อบังคับให้ฝ่ายอื่นหยุดยิง ขณะที่ตนเองยังคงเดินหน้าทิ้งระเบิดสังหารพลเรือนต่อไปในลักษณะเดียวกับที่ทำในฉนวนกาซา
เกาะติดสถานการณ์และปฏิกิริยาจากสมรภูมิรอบด้าน
-
ปากีสถานส่งสารด่วนถึงผู้นำสูงสุดอิหร่านจี้หยุดรบ: นายโมห์ซิน นัควิ (Mohsin Naqvi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ได้เดินทางเป็นตัวแทนพิเศษในฐานะคนกลาง (Mediator) เพื่อเข้าพบและส่งมอบ "สารจดหมายเตือนใจฉบับสำคัญ" จากรัฐบาลอิสลามาบัด ตรงถึง โมจตาบา คามาเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพื่อเรียกร้องและวิงวอนให้รัฐบาลเตหะรานพิจารณายุติการทำสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความพินาศจะขยายวงกว้างจนยากจะควบคุม
-
สหรัฐฯ ตัดงบ UN ปมเลือกปฏิบัติหนุนยิว: เจฟฟ์ บาร์ทอส (Jeff Bartos) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มาตรการของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งปลดตำแหน่งข้าราชการของ UN ไปกว่า 3,000 ตำแหน่ง และตัดลดงบประมาณสนับสนุนลงทันที 570 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับพฤติกรรมของ UN ที่แสดงออกถึงความมีอคติและเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรหลักอย่างอิสราเอลมาโดยตลอด
-
อิสราเอลถล่มค่ายลี้ภัยกาซาพลเรือนดับ 8 ศพ: กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าส่งกำลังทหารและเครื่องบินรบเข้าโจมตีพื้นที่พักพิงชั่วคราวและค่ายผู้ลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์ใจกลางเมืองกาซาซิตี้ (Gaza City encampment) ส่งผลให้มีพลเรือนและผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลงเสียชีวิตในรอบวันเพิ่มอีกอย่างน้อย 8 ราย
-
ชาวสกอตแลนด์ร่วมไว้อาลัยนักบอลปาเลสไตน์: กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในนาม "Red Card Glasgow" ได้รวมตัวกันจัดพิธีจุดเทียนและวางพวงหรีดไว้อาลัยบริเวณหน้าประตูทางเข้าหลักของสนามแฮมป์เดน พาร์ค (Hampden Park Stadium) ในเมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ เพื่อร่วมระลึกและไว้อาลัยแก่เหล่านักฟุตบอลทีมชาติและนักกีฬาชาวปาเลสไตน์หลายร้อยรายที่ต้องเสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอล ท่ามกลางกระแสกดดันสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ที่ยังคงเลือกที่จะปิดเงียบและเดินหน้าจัดการแข่งขันกับทีมฟุตบอลหญิงของอิสราเอลต่อไป