ก่อนที่การประชุม SPIEF ปีนี้จะเริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง ปรากฏว่ายูเครนได้โจมตีแบบเซอร์ไพรส์ ด้วยการส่งโดรนถล่มสนามบิน คลังน้ำมัน เรือรบและฐานทัพเรือ ห่างจากสถานที่จัดการประชุมเพียง 16 กิโลเมตรเท่านั้น เพื่อหวังที่จะสร้างความขายหน้าให้กับงานใหญ่ของปูตินและนำไปสู่การตั้งคำถามถึงขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของรัสเซีย ในขณะที่ผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กยืนยันว่าสามารถสกัดโดรนได้เกือบ 60 ลำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครเสียชีวิต ล่าสุดในวันสุดท้ายของการประชุมเมื่อวานนี้ ยูเครนก็ยังคงโจมตีต่อเนื่องด้วยโดรนกว่า 140 ลำ จนกระทั่งทางการต้องออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย
🔵 [จดหมายจาก “เซเลนสกี”]
ในเวลาเดียวกัน เซเลนสกีได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงปูตินที่เขายังไม่เคยได้เจอแบบตัวเป็นๆ นับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยเสนอให้กำหนดวันพบหน้ากันอย่างชัดเจน และยูเครนพร้อมที่จะหยุดยิงตลอดช่วงเวลาของการเจรจา แม้ที่ผ่านมารัสเซียเคยเสนอให้เซเลนสกีเดินทางมาพบปูตินที่มอสโก แต่นั่นย่อมเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ยาก ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
จดหมายความยาวกว่า 1,800 คำนี้ระบุด้วยว่า ชาวรัสเซียเริ่มเหนื่อยล้าจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของยูเครน ประกอบกับปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ปูตินต้องไม่กลัวที่จะเดินออกจากสงครามด้วยการเจรจาโดยตรง ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังมุ่งความสนใจไปที่อิหร่าน ดังนั้นคงเป็นเรื่องผิดพลาดที่ปูตินจะเอาแต่นั่งรอ จนกว่าสงครามในยุโรปจะกลับมาเป็นศูนย์กลางความสนใจของสหรัฐฯ อีกครั้ง
ด้านทรัมป์เองที่ง่วนอยู่กับเรื่องอิหร่านก็เห็นด้วย โดยบอกว่าทั้งสองฝ่ายต้องยอมประนีประนอม ซึ่งสหรัฐฯ เคยได้เสนอแนวทางไปแล้ว นอกจากนี้เซเลนสกียังมีกำหนดเยือนอังกฤษเพื่อพบกับผู้นำ 3 ชาติที่รวมถึงฝรั่งเศสและเยอรมนีในวันนี้ด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับยูเครน หากจะมีโอกาสใดใดในการเจรจากับรัสเซียในอนาคต
.
🔵 [ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย]
หลังออกจดหมายได้ไม่นาน ปูตินก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย โดยตอบแบบสั้นๆ บนเวที SPIEF ว่าข้อเสนอของเซเลนสกีนั้นมีถ้อยคำที่“ไม่สุภาพ” และยังไม่มีเหตุผลในเวลานี้ที่จะพบหน้ากับอีกฝ่ายพร้อมตั้งคำถามถึงการโจมตีของยูเครนว่า นี่เป็นการสร้างเงื่อนไขสำหรับการพบปะกัน หรือเป็นวิธีหลีกเลี่ยงกันแน่
ปูตินย้ำว่า แม้การโจมตีจะสามารถสร้างความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถือเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเชื่อว่ารัสเซียจะยังคงเป็นหมุดหมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่อไป การหยุดยิงจะยิ่งช่วยให้ยูเครนมีเวลาในการฟื้นฟูกองทัพ และข้อตกลงต้องมีผลแบบถาวร ไม่ใช่แค่ 3 หรือ 6 เดือน ปฏิบัติการทางทหารจะยุติลงในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ก็ต่อเมื่อรัสเซียบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วเท่านั้น
หลังจากได้ยินคำตอบของปูติน เซเลนสกีออกมาโพสต์โต้ตอบว่ารัสเซียกำลังเลือกสงครามอีกครั้ง และคนทั่วโลกต่างผิดหวังกับคำตอบนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าปูตินเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อของเซเลนสกีในระหว่างการตอบคำถาม โดยก่อนหน้านี้เขาเคยตั้งคำถามว่าเซเลนสกียังเป็นผู้นำที่ชอบธรรมอยู่หรือไม่ หลังจากครบวาระการดำรงตำแหน่งไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ยูเครนยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เพราะประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงคราม
🔵 [มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้]
แต่การดำรงตำแหน่งมา 7 ปี ของเซเลนสกี เทียบไม่ได้เลยกับปูตินที่อยู่ในฐานะผู้นำรัสเซียมา 26 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่บ้านเรามีนายกฯ ชื่อ ชวน หลีกภัย แถมปูตินยังตอบคำถามสื่อในงาน SPIEFอย่างมีนัยสำคัญว่า จริงอยู่ที่รัฐธรรมนูญอนุญาตให้เขาลงสมัครได้อีกในปี 2573 แต่ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เพราะประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่และเร่งด่วนมากมาย ตอนนี้ทุกคนควรคิดถึงอนาคตของรัสเซียมากกว่า
แต่การจะนั่งในตำแหน่งผู้นำประเทศได้ต่อไป สุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปูตินในวัย 73 ปีตอบว่า “มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้” ว่าเราจะมีสุขภาพดีเพียงพอเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้หรือไม่ แต่สำหรับคำถามที่คนทั้งโลกสงสัยว่า สงครามยูเครนจะมีบทสรุปเมื่อไหร่ ผมว่าอาจมีเพียง “วลาดิมีร์ ปูติน” เท่านั้นที่รู้ครับ