การบินไทยจารึกประวัติศาสตร์ 66 ปี เปิดตัวนักบินหญิงคนแรก
02 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

การบินไทยจารึกประวัติศาสตร์องค์กร ส่ง “แบม ปัณณธร” ปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วยเที่ยวบินพาณิชย์คนแรกในรอบ 66 ปี สะท้อนความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมการบิน
Business
02 มิ.ย. 2569 | prisana_tha

การบินไทยจารึกประวัติศาสตร์องค์กร ส่ง “แบม ปัณณธร” ปฏิบัติหน้าที่นักบินผู้ช่วยเที่ยวบินพาณิชย์คนแรกในรอบ 66 ปี สะท้อนความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมการบิน
KEY
POINTS
2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์องค์กร ด้วยการส่ง แบม ปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย (First Officer) บนเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ผ่านมา ในเที่ยวบิน TG564 เส้นทางกรุงเทพฯ–ฮานอย ด้วยเครื่องบิน Airbus A320-200 ทะเบียน HS-TXS
ถือเป็นนักบินหญิงคนแรกที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการบินของการบินไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี "จันทริกา โชติกเสถียร" ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน ร่วมแสดงความยินดี
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้เติบโตในสายอาชีพการบิน
โดยนักบินหญิงคนแรกของการบินไทยรายนี้ สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผ่านการฝึกบินพาณิชย์จาก Asia Aviation Academy ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วยเครื่องบิน Airbus A320 กับสายการบินชั้นนำเป็นเวลากว่า 4 ปี
การเข้าปฏิบัติหน้าที่นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการบินไทยในยุคใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมการบิน และความพร้อมขององค์กรในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรฐานสากล
ความสำเร็จของนักบินหญิงคนแรกในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความฝันในสายอาชีพการบิน กล้าก้าวสู่เส้นทางแห่งความท้าทาย และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทยสู่อนาคต
ภาพจากFlightradar24 แสดงเที่ยวบิน TG564 ของสายการบินไทย(TG/THA) ในที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งทำการบินด้วย Airbus A320 ทะเบียน HS-TXS ที่กำลังเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(BKK) กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย(HAN) กรุงฮานอย
เที่ยวบินนี้เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการบินไทย ที่จะมีนักบินหญิงปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ดำเนินกิจการมานานกว่า 66 ปี นับตั้งแต่เที่ยวบินแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2503
ทั้งนี้สัดส่วนนักบินหญิงทั่วโลกมีเพียง 6.2% ขณะที่การบินไทยเพิ่งมีนักบินหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ 66 ปีขององค์กร สะท้อนว่าห้องนักบินยังเป็นพื้นที่ของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่
สาเหตุสำคัญมาจากรากฐานอุตสาหกรรมที่มาจากกองทัพ, ภาพจำทางสังคมที่กีดกันผู้หญิงจากสาย STEM, การขาดต้นแบบ, ค่าใช้จ่ายในการฝึกที่สูง และความท้าทายในการสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน
อินเดียเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ โดยมีสัดส่วนนักบินหญิงสูงที่สุดในโลก ขณะที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเริ่มมีความพยายามผลักดันความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้นผ่านโครงการต่างๆ
จากการสำรวจล่าสุดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เกี่ยวกับสถานะบุคลากรการบินจำแนกตามเพศพบว่า สัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งนักบิน ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ และช่างซ่อมบำรุง เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปี 2559 เป็น 4.9% ในปี 2564
โดยสัดส่วนนักบินหญิงเพิ่มจาก 3.6% เป็น 4.0% ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเพียงเศษทศนิยมในรอบ 5 ปี
ในสหรัฐอเมริกา ค่าเฉลี่ยของนักบินหญิงอยู่ที่ไม่ถึง 6% โดย United Airlines มีสัดส่วนสูงสุดในสี่สายการบินใหญ่ที่ 7.4%, Delta 5.3%, American Airlines 5% และ Southwest 4.1% Voronoi ขณะที่ องค์กร Women in Aviation International ระบุว่านักบินหญิงทั่วโลกมีสัดส่วนเพียง 6% ของนักบินทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขที่ย่ำอยู่กับที่ทั่วโลก ประเทศอินเดีย กลายเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ IndiGo สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย มีนักบินหญิงคิดเป็น 17.5% ของนักบินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมากกว่าสามเท่า ขณะที่ Air India มีสัดส่วนนักบินหญิงอยู่ที่ 16% ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในระดับสูงสุดในโลกและสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อินเดียถือเป็นชาติที่มีสัดส่วนนักบินหญิงสูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก International Society of Women Airline Pilots ไม่มีประเทศใดเกิน 10% นอกจากอินเดีย การที่อินเดียประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากความพยายามในวงกว้างในการดึงดูดผู้หญิงเข้าสู่สาขา STEM และด้านเทคนิค รวมถึงการที่กองทัพอินเดียเปิดรับนักบินหญิงมาหลายทศวรรษแล้ว นักบินหญิงอินเดียยังอ้างถึงการสนับสนุนจากครอบครัวขยายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งช่วยให้รับมือกับงานที่ต้องเดินทางบ่อยได้
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
ข่าวล่าสุด