เนชั่นทีวี

Business

PEER โชว์กำไร Q1 พุ่ง 68 ล้าน ชนะคดีลูกหนี้หุ้น PSD งวดแรก 63 ล้าน

15 พ.ค. 2569

PEER โชว์กำไร Q1 พุ่ง 68 ล้าน ชนะคดีลูกหนี้หุ้น PSD งวดแรก 63 ล้าน

บมจ.เพียร์ ฟอร์ ยู โชว์กำไรไตรมาส 1 พุ่ง 68.12 ล้านบาท ชนะคดีลูกหนี้ค่าหุ้น PSD รายแรก 63 ล้าน พร้อมบังคับคดีทันที จ่อเอาผิดอดีตกรรมการที่เกี่ยวข้องยกชุดทั้งแพ่งและอาญา

15 พฤษภาคม 2569 บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน) (PEER) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 112.30 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 68.12 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 218 จากงวดก่อนหน้า เป็นผลจากการบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในธุรกิจ Contact Center และ ธุรกิจ Home Shopping ที่โตต่อเนื่อง มีรายได้จากการขาย 75.93 ล้านบาท ด้วยการปรับขยายช่องทางจำหน่ายผ่านสื่อดิจิทัลทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

PEER โชว์กำไร Q1 พุ่ง 68 ล้าน ชนะคดีลูกหนี้หุ้น PSD งวดแรก 63 ล้าน

นอกจากการฟื้นโครงสร้างธุรกิจ บริษัทเดินหน้าล่าหนี้เก่า แบบไม่ปล่อยผ่าน โดยกรณีลูกหนี้จากการขายหุ้นในบริษัท ฟิจิตอล สเปซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (PSD) มูลค่า 120 ล้านบาท ทั้ง 2 รายที่บริษัทฟ้องร้องนั้น ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาให้

  • ลูกหนี้รายที่ 1 มีความผิดและต้องชำระเงินต้น 63.18 ล้านบาท รวมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับจากวันฟ้องและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แก่บริษัท
  • ลูกหนี้รายที่ 2 อยู่ระหว่างการสืบพยานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีความคืบหน้าทางคดี บริษัทฯ จะแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และนักลงทุนให้ทราบเป็นลำดับต่อไป รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนของการบังคับคดีหลังศาลตัดสินคดี

และในกรณีเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงความโปร่งใสในขั้นตอนของการทำรายการซื้อขายในอดีต รวมถึงกลุ่มบุคคลผู้เกี่ยวข้องว่าเป็นไปอย่างสุจริต รอบคอบและรัดกุมเพียงพอหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทไม่ว่าด้วยความประมาทหรือตั้งใจก็ตาม บริษัทจะนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงรายงานต่อ ก.ล.ต. และทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลอย่างเหมาะสม

นายจิรายุ เชื้อแย้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการเติบโต การบริหารความเสี่ยง และเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ขณะเดียวกันการรักษาวินัยทางการเงินและการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะไม่มีทางปล่อยผ่าน ทำให้บริษัทได้เร่งติดตามหนี้ค้างชำระและยังคงตรวจสอบธุรกรรมในอดีตอย่างต่อเนื่อง หากพบพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อบริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด”