เนชั่นทีวี

Business

เปิด 4 จุดอ่อนเชิงนโยบาย - 4 จุดตาย นโยบายทุเรียน “ซูเปอร์จี”?

29 เม.ย. 2569

เปิด 4 จุดอ่อนเชิงนโยบาย - 4 จุดตาย นโยบายทุเรียน “ซูเปอร์จี”?

ส่องประเด็นร้อน! นโยบาย "ซูเปอร์จี" ดึง “พิมรี่พาย” ขายทุเรียนล้านลูก ท่ามกลางกังขาเรื่องกลไกราคา งบประมาณชดเชยส่วนต่าง

29 เมษายน 2569  “ซูเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กำลังสร้างมิติใหม่เรื่อง Live Commerce  กับสินค้าเกษตรตัวท็อปของไทย อย่างทุเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด และเสี่ยงราคาตกต่ำ โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ

ปัญหามีหลายเรื่องทับซ้อนกัน คือ ที่ผ่านมาระบบ “ลังทุเรียน” ทำให้ทุเรียนเนื้อดี กินอร่อย ถูกกว้านซื้อและส่งออกนอก ช่วงแรกๆ ก็ราคาดี เกษตรกรยิ้ม แต่ไปๆ มาๆ ก็เกิดระบบ “ลังผูกขาด” ซึ่งยังแก้ไม่ตก 

ขณะที่คนไทย ซึ่งควรจะได้รับประทานทุเรียนเนื้อดีๆ อร่อยๆ ในราคาสัมผัสได้ กลับหาทุเรียนแบบนี้มาลิ้มลองไม่ได้ มีแต่ทุเรียนเกรดรองลงมา หรือเกรดต่ำ แต่เมื่อผลผลิตส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปเกือบหมด เพราะความต้องการมีสูง ล้งหลายแห่งก็กว้านซื้อเกรดรองด้วย ทำให้ผลผลิตเหลือในประเทศน้อย คนไทยได้กินทุเรียนไม่อร่อย แถมราคาแพง 

นี่คือจุดเริ่มต้นของแคมเปญร้อน “ล้านลูก ลูกละ 100 บาท" ของ “พิมรี่พาย” ซึ่งหากเธอไลฟ์สดขายสินค้าของตัวเองอย่างเดียว ก็คงไม่มีใครว่า แต่นี่คือโครงการดึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับแม่เหล็กมาทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ อย่างกระทรวงพาณิชย์ 

คำถามจึงดังขึ้นกว่าปกติ ไม่ใช่แค่คำถามพื้นฐานที่เราเล่าให้ฟังไปแล้ว เช่น คุณภาพทุเรียนที่ขายจริง เป็นเกรดเอ พรีเมียมแน่หรือเปล่า , จะหาทุเรียนแบบนี้ล้านลูกได้จริงหรือ , ถ้าหาได้ จะขายได้ในราคาลูกละ 100 บาทได้อย่างไร เพราะกิโลฯละร้อยยังหาแทบไม่ได้ , รวมไปถึงราคานี้ เป็นการทำลายกลไกราคาในตลาด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ขายรายอื่นหรือไม่ เหมือนโดน "พิมรี่พาย" ตัดราคา โดยมีรัฐคอยสนับสนุนให้ทำแบบนั้น 

นี่คือคำถามพื้นฐานที่ถามกันกระหึ่ม แต่เหนือกว่านั้น ยังมีคำถามแนวๆ “ความโปร่งใสของนโยบาย” ตามมาอีกด้วย เพราะทุกการกระทำของรัฐ ต้องใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศไทย 

1.นิยาม "เกรด A" คืออะไร และส่วนต่างราคา “ใครจ่าย” 

  • ราคาทุเรียนเกรด A ในตลาดปัจจุบัน ไม่มีทางอยู่ที่ 100 บาทต่อลูกได้ คำถามคือ รัฐบาลใช้กลไกใดมาชดเชยส่วนต่างราคา?
  • เป็นการใช้งบประมาณจาก "กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร" หรือไม่ และเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดหรือไม่?
  • แหล่งที่มาของทุเรียน 1 ล้านลูก ใครคือซัพพลายเออร์หลัก?  มีการกระจายรายได้สู่เกษตรกรรายย่อยจริง หรือเป็นการกว้านซื้อจากล้งรายใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า?

 2. ค่าธรรมเนียมและสัญญากับแพลตฟอร์มออนไลน์ “ใครรับภาระ” 

  • เพราะการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มยอดนิยม จะมีสิ่งที่เรียกว่า “ค่า GP” ซึ่งหมายถึง “ค่าธรรมเนียมรวม” ที่เจ้าของแพลตฟอร์มหักจากยอดขายของผู้ขาย
  • แพลตฟอร์ม TikTok หรือ Shopee มีการหักค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมๆ แล้วเกือบ 10% 
  • หากขายในราคา 100 บาท แพลตฟอร์มจะเหลือเงินโอนให้เพียง 90 บาท 
  • คำถามคือ ใครเป็นผู้รับภาระค่า GP หรือรัฐบาลมีการดีลพิเศษกับแพลตฟอร์มเพื่อยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือรัฐบาลจ่ายชดเชยให้ 
  • นอกจากนั้นยังมีค่าธุรกรรมทางการเงิน เพราะยอดขาย 1 ล้านลูก หมายถึงธุรกรรมที่อาจจะมากถึงเกือบๆ 1 ล้านครั้ง ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ราวๆ 3.21% เกษตรกร หรือเจ้าของสวนทุเรียนต้องรับภาระหรือไม่ หรือใครต้องรับ 
  • กรณีของ Facebook แม้ไม่มีค่า GP แต่มีค่ายิงแอด และมีค่าธรรมเนียมการโอนเงินเช่นเดียวกัน 

 3. ค่าตัวอินฟลูเอนเซอร์ 

  • พิมรี่พายเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่มีค่าตัวและค่าบริหารจัดการระบบหลังบ้านสูงมาก 

"คนในวงการค้าออนไลน์ที่เคยดีลด้วย แย้มราคาให้ฟังตั้งแต่ตอนยังไม่ดังมาก ได้ยินตัวเลขแล้วตกใจ เพราะเป็นตัวเลข 7 หลัก เป็นการไลฟ์อย่างเดียว ไม่รวมค่าบริหารจัดการหลังบ้าน การสั่งสินค้า ส่งสินค้า และโลจิสติกส์ต่างๆ"

  • งบประมาณที่ใช้ เป็นจำนวนเท่าใด หรือ พิมรี่พาย ช่วยชาติ ทำให้ฟรี ในลักษณะ “จิตอาสา” 
  • มีข้อตกลงเรื่องการนำฐานข้อมูลผู้ซื้อ หรือ Data ไปใช้ประโยชน์ทางการค้าในอนาคตหรือไม่
  • การจัดการคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาล รัฐบาลรับดำเนินการให้ หรือใช้ของพิมรี่พาย หากเป็นแบบหลัง ก็จะวนมาคำถามเดิมว่า “ใครจ่าย” 

 4.การขนส่งและโลจิสติกส์ 

  •  คำถามพื้นฐานที่สุด คือ ใครจ่ายค่าส่ง 
  •  ทุเรียนมีน้ำหนักมาก ค่าส่งต่อลูกอาจสูงถึง 50-80 บาท 
  •  หากขาย 100 บาทแล้วรวมส่งด้วย เท่ากับตัวเนื้อทุเรียนแทบจะไม่มีมูลค่าเลย
  •  รัฐบาลใช้ไปรษณีย์ไทยหรือขนส่งเอกชนเจ้าไหน และใช้งบประมาณแผ่นดินส่วนใดมาอุดหนุน?
  •  หากสินค้าเน่าเสีย หรือเจอ "ทุเรียนอ่อน" ซึ่งเป็นปัญหาหลักของทุเรียนไทย ใครเป็นผู้รับผิดชอบการเคลมสินค้า? 
  •  รัฐบาลมีหน่วยงานคัดกรองคุณภาพ หรือ QC หน้าล้งอย่างไรเพื่อให้ได้เกรด A จริงตามที่โฆษณา

"หรือว่าทั้งหมดนี้คือ ตัวอย่างของเทคนิคการขายที่รัฐบาลนำมาโชว์ให้เห็นชั่วคราว และสร้างกระแสให้เกิดขึ้นเท่านั้น หลังจากนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะคว้าประโยชน์ได้ทัน" 

แต่หลายๆ คำถาม หากปล่อยให้คลุมเครือต่อไป อาจถูกมองถึงความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความเหลื่อมล้ำ เสี่ยงโดนตรวจสอบโจมตี มากกว่าจะได้ผลงาน