svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

ดร.พรายพล เตือนกองทุนน้ำมันจ่อหมดใน 15 วัน แนะรัฐใช้พลังงานสะอาด

06 มี.ค. 2569

ดร.พรายพล ชี้กองทุนน้ำมันเหลือไม่เกิน 2 สัปดาห์ เผยน้ำมันสำรองไทยมีใช้จริงแค่ 60 วัน หากสงครามยืดเยื้อเสี่ยงเกิดภาวะกักตุน แนะรัฐปรับแผน ใช้พลังงานสะอาด

6 มีนาคม 2569 ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผ่านรายการ "เนชั่นวิเคราะห์ข่าว" ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากประมาณ 70 เหรียญสหรัฐฯ สู่ระดับ 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

โดย ศ.ดร.พรายพล ระบุว่า สาเหตุที่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มในประเทศไทยยังไม่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากการที่รัฐบาลเข้าแทรกแซงเพื่อตรึงราคาโดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุน ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันฯ และมาตรการทางภาษี ปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีเงินเหลืออยู่ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท แต่ต้องจ่ายเงินเพื่ออุดหนุนราคาวันละประมาณ 200-300 ล้านบาท

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

คาดการณ์ว่าภายในเวลาอีกประมาณ 10 กว่าวัน หรือไม่เกิน 15 วัน ตามเงื่อนไขการตรึงราคา เงินส่วนนี้จะหมดลง และรัฐบาลอาจจำเป็นต้องกู้ยืมเงินมาอุดหนุนต่อจนทำให้สถานะกองทุนติดลบ

 

หากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวในระดับสูง รัฐบาลอาจต้องยอมให้ราคาขายปลีกขยับขึ้นทีละน้อย เช่น ครั้งละ 50 สตางค์ เพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อราคาสินค้าอื่น ที่จะปรับตัวสูงขึ้นตาม และมักไม่ลดลงแม้ราคาน้ำมันจะลดลงในภายหลัง

 

นอกจากนี้ ยังมีกลไกการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ที่ประมาณ 6-7 บาทต่อลิตร หากปรับลดเหลือ 3-4 บาท จะช่วยบรรเทาราคาขายปลีกได้ประมาณ 2-3 บาท แต่จะส่งผลให้รายได้ภาษีของรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยรัฐบาลต้องประเมินว่า สถานการณ์จะเป็นไปเพียงชั่วคราวหรือลากยาวเป็นเดือน เพราะหากกองทุนติดลบมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อวินัยการคลังของประเทศ

 

ในส่วน ปริมาณน้ำมันสำรองและความเสี่ยงขาดแคลน ในด้านปริมาณน้ำมันสำรองของไทย ศ.ดร.พรายพล ชี้ว่า แม้จะมีตัวเลขระหว่าง 60-95 วัน แต่หากนับเฉพาะน้ำมันที่ผ่านพ้นช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว คาดว่าจะมีสำรองใช้ได้จริงประมาณ 60 วัน หรือ 2 เดือน

 

ทั้งนี้ หากสงครามยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนอาจเกิดขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า จนนำไปสู่การกักตุนน้ำมัน

 

สำหรับการจัดหาแหล่งน้ำมันใหม่ทำได้ยากเนื่องจากส่วนใหญ่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แม้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ก็อาจมีส่วนแบ่งให้ได้ไม่มาก ส่วนแหล่งพลังงานจากรัสเซีย แอฟริกา หรืออเมริกา มีอุปสรรคเรื่องระยะทาง ค่าขนส่งที่สูง และการแย่งชิงการซื้อในช่วงที่น้ำมันขาดแคลนทั่วโลก

 

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้าง และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ศ.ดร.พรายพล กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสในการเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ต้องนำเข้าจากภูมิภาคที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างตะวันออกกลาง

 

ดังนั้น จึงควรเร่งการใช้พลังงานสะอาด : สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ พลังงานน้ำ พลังงานลม และชีวมวล ปรับแผน PDP: เร่งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าให้ลดสัดส่วนฟอสซิลลงอย่างรวดเร็ว และแทนที่ด้วยพลังงานสะอาดที่มีราคาถูกและมีความเสี่ยงต่ำกว่า

 

ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV): ผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภาคขนส่งเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันดิบ ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด จะช่วยแก้ปัญหาทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างเสถียรภาพด้านราคาพลังงานในระยะยาว