svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

"สภาพัฒน์" หวั่นสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ฉุด GDP ไทยเหลือ 1.3%

02 มี.ค. 2569

"สภาพัฒน์" หวั่นสงครามยืดเยื้อดันราคาน้ำมันแตะ 125 เหรียญ ฉุด GDP ไทยเหลือ 1.3% ขณะที่ "นายกฯ" สั่งคลัง-พาณิชย์-แรงงาน เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว

2 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลต่อ GDP ของประเทศไทย ว่า มีการประเมินความเป็นไปได้ หากสงครามสิ้นสุดลงได้ใน 1 เดือน ผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซน้อย อาจทำให้ราคาน้ำมันอยู่ที่ 95-105 เหรียญ อาจทำให้ GDP ของไทยโตได้ 1.6% จากฐานเดิมในปี 2568 ที่ 2%

 

แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ช่องแคบฮอร์มุซปิด การขนส่งไม่สามารถทำได้ ห่วงโซ่อุปทานโลกได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันพุ่งถึง 125 เหรียญ ก็อาจทำให้ GDP โต 1.3%

 

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแรงงานเมียนมาและกัมพูชา โดยเฉพาะกัมพูชาเป็นแรงงานที่ทำเอ็มโอยูถูกกฎหมาย ให้มีการต่ออายุ เพราะขณะนี้มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทั้งเรื่องการก่อสร้าง กรีดยาง ทำการเกษตร

โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ฝาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจ รวมถึง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับเรื่องนี้ไปพิจารณา พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้นิ่งเฉย พยายามหาทางลดผลกระทบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และจะเร่งให้เกิดผลที่จะต้องทำให้เร็วที่สุด