ภาคอุตฯ หวังรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปโครงสร้าง - ปราบคอร์รัปชัน
09 ก.พ. 2569
ส.อ.ท. เปิดความคาดหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน - ปราบคอร์รัปชันจริงจังต่อเนื่อง
Business
09 ก.พ. 2569
ส.อ.ท. เปิดความคาดหวังภาคอุตสาหกรรมหลังเลือกตั้ง รัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูปโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน - ปราบคอร์รัปชันจริงจังต่อเนื่อง
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 ประจำเดือนมกราคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “ความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรมหลังการเลือกตั้ง ปี 2569” ว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 ว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับปานกลาง โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก ขณะที่ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มออกมาในรูปแบบรัฐบาลผสม โดยมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
จากการสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ที่จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเป็นหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันเห็นว่า รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริตถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ พร้อมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย หรือ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ลดภาระต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 155 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สามารถสรุปผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 จาก 6 คำถาม ได้ดังนี้
