Google Cloud ปักหมุดไทย เปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ
23 ม.ค. 2569 | tananya_nak
Google Cloud ปักหมุดไทย เปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ เสริมความมุ่งมั่นเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ไทย 1.4 ล้านล้าน
งานวิจัยชี้ Cloud Region ในกรุงเทพฯ ของ Google Cloud คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยถึง 1.4 ล้านล้านบาท (4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 5 ปี Cloud Region ในกรุงเทพฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้องค์กรไทยด้วยบริการระบบคลาวด์ประสิทธิภาพสูงที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว พร้อมการเก็บรักษาข้อมูลภายในประเทศ ความเสถียร และการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ChaiyoGCP และ Google Skills เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อคนไทยจำนวนมากได้พัฒนาทักษะด้านการประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) และ AI เพื่อยกระดับศักยภาพและต่อยอดความก้าวหน้าในสายอาชีพ
Google Cloud ประกาศเปิดตัว Cloud Region แห่งใหม่ในไทยอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ ควบคู่กับการริเริ่มโครงการเชิงกลยุทธ์ของบริษัท อาทิ PanyaThAI (ปัญญาไท), ChaiyoGCP และแผนการจัดตั้งศูนย์กลางการเชื่อมต่อแห่งใหม่ (Connectivity Hub) ในภาคใต้ของไทย ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในระยะยาวของ Google ในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของประเทศ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Cloud Region แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของ Google เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคระดับโลกมาสู่ประเทศไทย โดยจะให้บริการ Google Cloud ที่มีประสิทธิภาพสูงภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันใหม่ ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร และยกระดับการให้บริการภาครัฐ นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า Cloud Region แห่งนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยถึง 1.4 ล้านล้านบาท (4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และทำให้เกิดการจ้างงานเฉลี่ย 130,000 ตำแหน่งต่อปี
Karthik Narain ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจของ Google Cloud กล่าวว่า "Cloud Region แห่งใหม่ของเราในประเทศไทยได้นำโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกแบบเดียวกันกับที่ขับเคลื่อนบริการของ Google ทั่วโลก มาให้แก่องค์กรธุรกิจ สตาร์ทอัพ และหน่วยงานภาครัฐของไทยโดยตรง การเข้าถึงเทคโนโลยี AI และระบบคลาวด์ชั้นนำของ Google Cloud จะช่วยวางรากฐานสำคัญให้องค์กรไทยเติบโตในยุค AI และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมทั้งควบคุมและดูแลข้อมูลของตนเองได้มากขึ้น"
Cloud Region ในกรุงเทพฯ เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายระดับโลกของ Google ซึ่งครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและเขตแดน ด้วยเครือข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสงทั้งบนบกและใต้น้ำรวมระยะทางกว่า 7.75 ล้านกิโลเมตร รวมถึงสายเคเบิลใต้น้ำ TalayLink ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างประเทศออสเตรเลียและประเทศไทย การเชื่อมต่อที่มีแบนด์วิดท์สูงและเวลาในการตอบสนองในระดับมิลลิวินาทีของเครือข่าย ช่วยให้องค์กรสามารถมอบเวลาตอบสนองของแอปพลิเคชันที่รวดเร็วเป็นพิเศษ พร้อมยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้ปลายทางในไทย
สำหรับธุรกิจในไทยที่ต้องการขยายไปยังตลาดใหม่ เครือข่ายนี้จะช่วยให้ธุรกิจดังกล่าวสามารถถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และคุ้มค่า ระหว่าง Google Cloud Regions ทั้ง 43 แห่งทั่วโลก ศูนย์ข้อมูลภายในองค์กรของตนเอง หรือสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์อื่น ๆ เช่น Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure และ Oracle Cloud Infrastructure (OCI)
การย้ายระบบหลักที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจไปยัง Google Cloud ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ในไทยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีประจำปีได้มากกว่า 20% โดยเฉลี่ย โดยต้นทุนที่ประหยัดได้สามารถนำไปต่อยอดการลงทุนใหม่ในโครงการริเริ่มด้านข้อมูลและนวัตกรรม AI เชิงกลยุทธ์ เช่น โครงการภายใต้โปรแกรม PanyaThAI (ปัญญาไท) เพื่อช่วยให้องค์กรได้รับความได้เปรียบทางการแข่งขันและบรรลุเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้
ประตูสู่ระบบนิเวศ AI ของ Google และอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ของประเทศไทย
การเปิดตัว Cloud Region ในกรุงเทพฯ จะช่วยให้องค์กรไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม AI ได้เร็วขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศ องค์กรสามารถจัดการข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ภายในประเทศอย่างปลอดภัยได้ ผ่านบริการต่าง ๆ อย่าง BigQuery ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลสู่ AI ของ Google Cloud เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาทิ PDPA อย่างครบถ้วน
ในขณะเดียวกัน องค์กรยังสามารถเข้าถึงขีดความสามารถด้าน AI ระดับองค์กรขั้นสูงของ Google Cloud จากCloud Region อื่น ๆ ในเครือข่ายระดับโลกของ Google โดยใช้ Cloud Region ในกรุงเทพฯ เป็นเกตเวย์ ซึ่งครอบคลุมความสามารถต่าง ๆ ต่อไปนี้
• Vertex AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนา AI ชั้นนำของอุตสาหกรรมจาก Google Cloud ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สร้างและนำโซลูชันด้าน Agentic AI ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการขับเคลื่อนจาก Gemini 3 ซึ่งเป็นโมเดลที่ชาญฉลาดที่สุดของ Google ในปัจจุบัน พร้อมด้วยโมเดล Generative Media AI ที่ดีที่สุด เช่น Imagen และ Veo
• Gemini Enterprise ศูนย์กลางของ Google Cloud สำหรับการใช้งาน AI Agent ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นำ Google AI ที่ดีที่สุดมาสู่พนักงานทุกคนผ่านอินเทอร์เฟซแชทที่ใช้งานง่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบและใช้ประโยชน์กลุ่ม Agent ที่หลากหลาย ทั้ง Agent ของ Google ที่สร้างไว้ล่วงหน้า, Agent ที่สร้างขึ้นเอง และ Agent พาร์ทเนอร์ภายนอก