เนชั่นทีวี

ข่าว

บังกลาเทศวิกฤตหนัก! เด็กเซ่นโรคหัดระบาดทะลุ 500 ติดเชื้อกว่า 6 หมื่น-ส่อเค้าขาดแคลนวัคซีน

27 พ.ค. 2569 | apirak_pra

บังกลาเทศวิกฤตหนัก! เด็กเซ่นโรคหัดระบาดทะลุ 500 ติดเชื้อกว่า 6 หมื่น-ส่อเค้าขาดแคลนวัคซีน

วิกฤตโรคหัดระบาดรุนแรงในบังกลาเทศ คร่าชีวิตเด็กแล้วกว่า 500 ศพ พบผู้ป่วยต้องสงสัยพุ่งกระฉูดทะลุ 60,000 ราย ยูนิเซฟแฉปมเปลี่ยนผ่านการเมืองทำสั่งซื้อวัคซีนล่าช้า

สำนักข่าวบีบีซี (BBC) รายงานเกาะติดวิกฤตการณ์ทางสาธารณสุข ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัด (Measles) ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ได้ขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากความหนาแน่นของประชากรในหัวเมืองใหญ่อย่างกรุงธากา และค่ายผู้ลี้ภัยค็อกซ์บาซาร์ (Cox's Bazar) ประกอบกับปัญหาช่องว่างทางภูมิคุ้มกันสะสมของเด็กๆ ที่ไม่ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์นับตั้งแต่ยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19

ความรุนแรงของสถานการณ์ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบังกลาเทศ ต้องประกาศมาตรการฉุกเฉินสั่ง "ยกเลิกวันหยุดเทศกาลอีฎิลฟิตริ (Eid holiday) ของแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศทั้งหมด" เพื่อระดมสรรพกำลังเข้ามารับมือและควบคุมการแพร่ระบาด หลังโรงพยาบาลของรัฐเผชิญภาวะ "คนไข้ล้นทะลัก" (Overwhelmed) จนเจ้าหน้าที่ขององค์การยูนิเซฟต้องลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อช่วยทำระบบคัดกรองและแยกกักกันตัวผู้ป่วยเด็ก (Triage and Isolate) เนื่องจากโรงพยาบาลท้องถิ่นขาดแคลนมาตรการป้องกันการติดเชื้อภายในสถานพยาบาลอย่างรุนแรง

เปิดสตอรี่สะเทือนใจ "น้องอากิรา" เหยื่อระบบสาธารณสุขล้มเหลว-พบคลิกนิกปฏิเสธฉีดวัคซีน

โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ถูกสะท้อนผ่านเรื่องราวอันน่าบอบช้ำของ นายอัล อามิน คุณพ่อผู้สูญเสียบุตรสาววัย 4 ขวบ "น้องอากิรา" ซึ่งเสียชีวิตลงหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยาวนาน 27 วัน อัล อามิน เปิดใจว่าบุตรสาวของตนได้รับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน ยกเว้นเพียง "วัคซีนป้องกันโรคหัด" เท่านั้น โดยตนและภรรยาพยายามพาลูกสาวไปรับวัคซีนถึง 4 ครั้ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปฏิเสธถึง 2 ครั้งด้วยเหตุผลว่าเด็กมีอาการหวัดคัดจมูก พร้อมบอกปัดว่าไม่ต้องเครียดเพราะวัคซีนสามารถฉีดได้จนถึงอายุ 5 ขวบ ส่วนการพยายามไปรับวัคซีนครั้งที่ 3 และ 4 กลับได้รับคำตอบว่า "วัคซีนหมด"

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม น้องอากิราเริ่มมีอาการไข้สูง ปากเปื่อย และมีผื่นแดงลุกลามทั่วร่างกาย ตนต้องพาลูกเข้าออกโรงพยาบาลถึง 5 ครั้ง โดยแพทย์ใน 4 ครั้งแรกกลับวินิจฉัยอาการพลาดและมองข้ามสัญญาณของโรคหัดไปอย่างน่าเจ็บใจ จนกระทั่งอาการทรุดหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและเสียชีวิตในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น อัล อามิน ยังเปิดเผยภาพความจริงอันโหดร้ายระบุว่า ภายในโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคหัดที่นั่งปะปนกับพลเรือนทั่วไป ตั้งแต่แถวเคาน์เตอร์ไปจนถึงห้องเอ็กซ์เรย์ จนทำให้ตนต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความคิดที่ว่าลูกสาวอาจจะไปรับเชื้อซ้ำเติมมาจากภายในสถานพยาบาลเอง

"วันนี้ผมไปนั่งร้องไห้อยู่ข้างหลุมศพของลูกนานกว่าหนึ่งชั่วโมง หมอต้องสั่งจ่ายยานอนหลับให้ผม ภายในใจของผมมันเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ไม่มีใครตอบได้" อัล อามิน กล่าวด้วยความโศกเศร้า

ยูนิเซฟแฉยับ! รัฐบาลรักษาการณ์เปลี่ยนระบบสั่งซื้อทำ "วัคซีนขาดแคลน"

ชนวนเหตุเบื้องหลังที่ทำให้อัตราการแพร่ระบาดพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ กลายสภาพเป็นประเด็นขัดแย้งระดับนโยบายต่างประเทศ โดย รานา ฟลาวเวอร์ส (Rana Flowers) หัวหน้าสํานักงานยูนิเซฟประจำบังกลาเทศ ได้แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลเชิงรุก แฉพฤติกรรมความผิดพลาดของฝ่ายบริหารระบุว่า หลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ลี้ภัยออกนอกประเทศจากเหตุประท้วงครั้งใหญ่ และมีการแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการณ์ขึ้นมาจนนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา รัฐบาลรักษาการณ์ชุดดังกล่าวได้ตัดสินใจ "เปลี่ยนแปลงกลไกและระบบการจัดซื้อจัดจ้างวัคซีนของประเทศ" ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการส่งใบสั่งซื้อวัคซีนเข้าสู่ระบบสากลอย่างรุนแรง

ฟลาวเวอร์ส ระบุว่า ตนเองได้เข้าประชุมร่วมกับที่ปรึกษารัฐบาลรักษาการณ์และเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและแสดงความกังวลว่าประเทศกำลังจะเผชิญภาวะ "วัคซีนหมดคลัง" (Vaccine Outage) แต่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ทว่าทางด้าน นายแพทย์ไซเอดอร์ ระห์มาน อดีตผู้ช่วยพิเศษฝ่ายสาธารณสุขของรัฐบาลรักษาการณ์ ได้ออกโรงปฏิเสธผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยโต้กลับว่าไม่มีการเปลี่ยนระบบจัดซื้อใดๆ ทั้งสิ้น และรัฐบาลได้รักษาความร่วมมืออันดีกับยูนิเซฟมาโดยตลอด

ด้าน ซาร์ดาร์ ซาคาวัต ฮอสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวบังกลาเทศคนปัจจุบัน ได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี โดยแสดงท่าทีมั่นใจและปฏิเสธกระแสเรียกร้องให้ประเทศประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน (State of Emergency) โดยอ้างว่าโรงพยาบาลในระดับอำเภอและภูมิภาคมีความพร้อม 100% ในการรองรับและกระจายเตียงผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ไปยังพื้นที่ห่างไกล ชี้บังกลาเทศมีขีดความสามารถเพียงพอในการจัดการปัญหา และคาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเริ่มลดลงในสัปดาห์หน้าหลังจากมาตรการระดมฉีดวัคซีนฉุกเฉินเริ่มสร้างแอนติบอดีในตัวเด็กได้สำเร็จ