อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 0.59 (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.66 (YoY)
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2568 สูงขึ้นร้อยละ 0.04 (MoM) ตามการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.46 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ชะอม ใบกะเพรา) เนื่องจากแหล่งผลิตในบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ไก่ย่าง และอาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ เนื้อสุกร และไข่ไก่ เนื่องจากมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลปลายปี ประกอบกับราคาหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นและสะท้อนมายังราคาจำหน่ายปลีก
อย่างไรก็ตาม มีสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม กล้วยน้ำว้า สับปะรด) น้ำมันพืช น้ำพริกแกง ข้าวสารเหนียว ซอสหอยนางรม และซอสมะเขือเทศ ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 0.23 (MoM) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา เนื่องจากมีมาตรการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐในพื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง
ประกอบกับมีการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า แชมพู สบู่ถูตัว แป้งผัดหน้า) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ) เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการในช่วงปลายปี รวมทั้งค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ เนื่องจากมีการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงวันหยุดราชการและเทศกาลปีใหม่ตามมาตรการของภาครัฐ ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ค่าโดยสารรถไฟลอยฟ้า ค่าเช่าบ้าน อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าแต่งผมบุรุษ
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยทั้งปี 2568 เทียบกับปี 2567 ลดลงร้อยละ 0.14 (AoA) โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ราคาผักสดและผลไม้สดปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาของใช้ส่วนบุคคลที่ลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญบางกลุ่มปรับราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องประกอบอาหาร สำหรับไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ลดลงร้อยละ 0.52 (YoY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงร้อยละ 0.02 (QoQ)
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง อยู่ระหว่างร้อยละ (-0.5) - 0.0 (ค่ากลางร้อยละ -0.25) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอุปสงค์ทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด จากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในระยะต่อไป จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้ง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
สำหรับทั้งปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5) ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2568 ที่ลดลงร้อยละ 0.14 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นภายใต้นโยบายรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่และหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อรายได้เป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ