สำหรับบทบาทด้านการปกป้องสังคม หรือ SOCIAL PROTECTOR กรมศุลกากรได้บังคับใช้กฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจพบการกระทำความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร รวม 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,750 ล้านบาท โดยมีผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดประเภทต่าง ๆ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 282 คดี ปริมาณกว่า 1,221.14 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,488 ล้านบาท ตลอดจนการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 3,519 คดี จำนวนกว่า 94 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มบทลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชาและการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด เพื่อยับยั้งและป้องปรามการกระทำความผิด ตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภารกิจของกรมศุลกากรมิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดเก็บรายได้ หากยังมีบทบาทสำคัญในฐานะด่านหน้าในการปกป้องประชาชน สังคม และความมั่นคงของประเทศอีกด้วย
สำหรับบทบาทด้านการส่งเสริมการค้า หรือ TRADE ENABLER กรมศุลกากรได้นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองสินค้า ลดการเปิดตรวจในกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำ และมุ่งใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างตรงเป้าหมาย ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรได้ร่วมขับเคลื่อนการค้าและเศรษฐกิจของประเทศผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยดำเนินโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ การปรับปรุงระบบ Thailand National Single Window เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ควบคู่กับการพัฒนาระบบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Delivery Order: e-D/O) และโครงการ Customs e-Invoicing Plus เพื่อลดขั้นตอนและภาระของผู้ประกอบการ ตลอดจนวางรากฐานระบบนิเวศทางการค้าดิจิทัลของประเทศ
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินพิธีการ พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรือที่ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางแม่น้ำที่บรรจุของขาออก (เรือเฉพาะเขต) ให้สามารถแวะรับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า รวมถึงการยกระดับการให้บริการระบบ Tariff e-Service รูปแบบใหม่และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการศุลกากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส อันเป็นการลดต้นทุนทางการค้าและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
กรมศุลกากรเดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรองรับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเตรียมนำระบบ AI-Driven Risk Management มาใช้สนับสนุนการคัดกรองและตรวจสอบสินค้าให้มีความแม่นยำและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการใช้ดุลพินิจ ลดความจำเป็นในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงต่อการทุจริตและการเรียกรับผลประโยชน์ อันจะนำไปสู่การยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและรองรับรูปแบบการค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกันกรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กร เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี พ.ศ. 2571 โดยได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล เพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง พร้อมเดินหน้าผลักดันการยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบศุลกากรไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรองรับการค้าโลกในอนาคต
นอกเหนือจากการดำเนินงานดังกล่าว กรมศุลกากรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานและให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ อาทิ การสนับสนุนข้อมูลในการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ให้สามารถสะท้อนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมยิ่งขึ้น
การทบทวนและปรับปรุงกฎหมายศุลกากรเพื่อปิดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในระยะยาว การปลดล๊อค ICD ลาดกระบังให้เป็นท่าส่งออกแบบเต็มรูปแบบ การสนับสนุนมาตรการศุลกากรสำหรับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปรับปรุงหลักเกณฑ์และบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผิดกฎหมายให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ปราบปราม และยับยั้งการกระทำความผิดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
กรมศุลกากรจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง ทั้งการจัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรม การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางศุลกากร และการอำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในทุกรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่องค์กรศุลกากรแห่งอนาคตที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่ประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปกป้องสังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ภายใต้แนวคิด “ศุลกากรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ใส่ใจสังคม THAI CUSTOMS : Driving the Economy, Protecting Society”