'ศุภจี' นัดแรก ดัน 3 เสาหลักเศรษฐกิจ ปลดล็อกอุปสรรคการค้า
10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'ศุภจี' ถนอนุกรรมการฯ นัดแรก ดันยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก การค้า ท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน ปลดล็อกกฎระเบียบอุปสรรค รวมพลัง One Team ชู Value Creation ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Business
10 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'ศุภจี' ถนอนุกรรมการฯ นัดแรก ดันยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก การค้า ท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน ปลดล็อกกฎระเบียบอุปสรรค รวมพลัง One Team ชู Value Creation ยกระดับเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
10 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการฯ นัดแรก ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลผ่าน 3 เสาหลักเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน รับมือความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมุ่งผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนเป็น One Team เร่งปลดล็อกกฎหมายอุปสรรค และชูแนวคิด ValueCreation ยกระดับ เศรษฐกิจไทย อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าสร้างผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการเปิดประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ว่า การประชุมในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการพัฒนา 3 เสาหลักเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน โดยผลจากการหารือต้องนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง เพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เพียงการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
นางศุภจี ระบุว่า ปัจจุบันโลกมีความซับซ้อน และเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายรอบด้าน ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์การเมือง (Geopolitics) ที่ส่งผลต่อหลักการค้าโลก มีการนำมาตรการที่มิใช่ภาษี มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดัน รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในหลายประเทศ ดังนั้นการวางแผนการทำงานในครั้งนี้ จึงต้องคิดให้ครอบคลุมรอบด้านและก้าวข้ามบริบทเดิม ๆ
ทั้งนี้ ได้ฝากแนวทางสำคัญให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาใน 3 ประเด็นหลัก คือ
1. การสร้างความครอบคลุม และการปลดล็อก (Inclusivity & Unlocking) โดยมุ่งเน้นการปลดล็อกกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจ เพื่อนำข้อเสนอแนะส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
2. การทำงานแบบบูรณาการ (One Team) ที่เน้นความเป็นทีมเดียวกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทาย
3. การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเน้นเพียงปริมาณ มาเป็นการสร้างมูลค่าสูงโดยตั้งเป้าหมายการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม แทนการเน้นขายในปริมาณมากแต่ได้ราคาต่ำ
นอกจากนี้ ยังกำชับให้ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนของโลจิสติกส์ กระบวนการผลิต และการค้าเพื่อขจัดอุปสรรคที่ทำให้การทำงานติดขัด พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการวัดผลลัพธ์ (KPI) อย่างจริงจัง
ในช่วงท้าย นางศุภจี ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการนำเสนอกรอบการดำเนินงานตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้วางไว้ในการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและกำหนดทิศทางในการเดินหน้าพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป