โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า งบประมาณวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาทนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และข้อจำกัดด้านการคลัง โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงใช้นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยมีการจัดสรรงบประมาณอย่างรอบคอบและมีวินัยทางการคลัง พร้อมตั้งเป้าลดระดับการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่องในระยะกลาง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ขณะที่ระดับหนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะยังคงขยายตัวได้ แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแรงสนับสนุนหลักจะมาจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ในการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลยึดหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ และการให้บริการประชาชน
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้ปีงบประมาณ 2570 เป็นงบประมาณแบบขาดดุล โดยตั้งวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 788,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าค่อยๆ ลดการขาดดุลให้เหลือไม่เกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภายในปี 2572 เพื่อฟื้นฟูฐานะการคลังของประเทศ ขณะที่หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ 66.66% ของ GDP ซึ่งยังไม่เกินกรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ 70%
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจ รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะขยายตัว 1.7-2.7% โดยมีแรงสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ แม้ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลยึดหลัก "5T" ได้แก่ การใช้งบตรงเป้าหมาย (Target) โปร่งใสตรวจสอบได้ (Transparent) ช่วยประเทศผ่านวิกฤต (Transition) ปรับโครงสร้างประเทศด้วยเทคโนโลยีและ AI (Transformation) และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (Together)
โดย งบประมาณปี 2570 จะมุ่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน การเสริมสร้างความมั่นคงและบทบาทไทยในเวทีโลก การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัลและการนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
ในส่วนของการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ งบด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมได้รับการจัดสรรสูงสุด 960,916 ล้านบาท รองลงมาคือการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารภาครัฐ 676,320 ล้านบาท การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 611,194 ล้านบาท ด้านความมั่นคง 407,165 ล้านบาท การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 348,427 ล้านบาท และด้านการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 137,507 ล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง ภายใต้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ภายในประเทศ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณรายจ่ายนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป