OPINION: ดื่ม “ชา” มากไปอาจเป็นโทษกับร่างกาย?
22 เม.ย. 2569

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชอบดื่มชา และเผลอดื่มบ่อย จนลืมดื่มน้ำเปล่า อาจจะต้องใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะคุณอาจกำลังทำให้ร่างกายเสียสมดุลสารอาหาร และเกิดผลข้างเคียงได้!
Nation Story
22 เม.ย. 2569

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ชอบดื่มชา และเผลอดื่มบ่อย จนลืมดื่มน้ำเปล่า อาจจะต้องใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะคุณอาจกำลังทำให้ร่างกายเสียสมดุลสารอาหาร และเกิดผลข้างเคียงได้!
ตอนนี้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อมีเครื่องดื่มมากมาย ที่นิยมตลอดกาล คงหนีไม่พ้น “ชา” รูปแบบต่างๆ ผสมสมุนไพร หรือมีส่วนผสมหลากหลาย รสชาติก็มีให้เลือกเยอะมาก กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ บางคนจิบดื่มทั้งวัน จนแทบจะแทนน้ำเปล่า ซึ่งจริงๆ แทนกันไม่ได้ และอาจส่งผลต่อร่างกายแบบคาดไม่ถึง!
.
พลอยอ่ายเจอบทความที่นักโภชนาการจากโรงพยาบาลทรวงอกหูหนาน เขียนเตือนว่า การ “ดื่มชา” ต้องคำนึงถึงฤดูกาล ปริมาณ และสภาพร่างกายของแต่ละคน อย่าดื่ม “เหมือนน้ำเปล่า” โดยไม่เลือกให้เหมาะกับเวลาและร่างกายของเราเอง
แม้ “ชา” จะมีประโยชน์ การดื่ม มากเกินไป หรือต่อเนื่องระยะยาวโดยไม่เหมาะ อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ถ่วงการดูดซึมสารอาหารบางชนิด “สารแทนนิน” ในชาอาจจับกับธาตุเหล็กและโปรตีน ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ยากลง โดยเฉพาะคนที่ขาดธาตุเหล็กอยู่แล้ว เช่น ผู้หญิงที่มีประจำเดือน
“คาเฟอีน” ในชาบางชนิด เช่น ชาดำ ชาเขียว ถ้าดื่มมากเกินไป อาจทำให้ใจสั่น หัวใจเต้นแรง นอนไม่หลับ ปวดหัว หรือวิตกกังวลได้ โดยเฉพาะถ้าดื่มเกิน 3–4 แก้วต่อวัน ผลข้างเคียงจากชาสมุนไพรบางชนิด แม้จะมาจากธรรมชาติ แต่พืชบางชนิดอาจมีสารที่ส่งผลต่อร่างกาย เช่น บางตัวอาจมีสารที่ระคายเคืองหรือเป็นพิษต่ออวัยวะบางส่วน หรือมีผลกับการแข็งตัวของเลือด และการใช้ยาบางชนิด
และ “ชาสมุนไพร” ไม่สามารถรักษาโรคได้โดยตรง ดังนั้นอย่าใช้เพื่อแทนการรักษาที่แพทย์สั่ง!
ถ้าอยากดื่มชาให้ “ได้ประโยชน์จริง” ควรดื่มชาแบบพอดี ไม่เกิน 2–3 แก้วต่อวัน โดยเฉพาะถ้าเป็นชาที่มีคาเฟอีน ดื่มสอดคล้องกับอาหาร “อย่าดื่มตอนท้องว่างหรือพร้อมอาหารทันที!” เพราะอาจไปจับธาตุบางอย่าง ควรเลือกชาแบบไม่หวาน หรือหวานเบา ๆ เพื่อลดน้ำตาล ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณชาในแต่ละวัน
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ควรเลือกชาดอกไม้ เช่น ชากุหลาบ หรือชามะลิ เพราะช่วยขับเย็นให้ร่างกาย และกระตุ้นพลัง ถ้าช่วงฤดูร้อนแบบนี้ เหมาะกับชาสมุนไพรเย็น เช่น ชาเขียว ใบสะระแหน่ ชาเบญจมาศ ช่วยดับร้อน ดับ กระหาย และดีต่อระบบย่อย
ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วง เหมาะกับการดื่มชาผลไม้ เช่น ชาส้มแมนดาริน ชาอะโวคาโด ช่วยคลายความร้อนที่ตกค้าง บรรเทาอาการไอ และช่วง ฤดูหนาวควรเลือกชาอุ่น เช่น ชาแดง ชาพุเออร์ ช่วยอบอุ่นกระเพาะอาหารและขับหนาว
อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีต้องมาจากอาหารที่หลากหลาย การนอน การเคลื่อนไหว และโภชนาการวัยเหมาะสม เช่นเดียวกับการดื่มชาให้เหมาะสมกับร่างกายเราด้วยนะคะ!
อ้างอิง https://baijiahao.baidu.com/s?id=1857789244063631846
ข่าวล่าสุด