เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: "ฮอร์มุซ" เปิดด่านชี้ชะตาโลก — เดิมพันสันติภาพ 10 วัน กับลมหายใจที่ยังไม่ทั่วท้องในตะวันออกกลาง

18 เม.ย. 2569

STORY: "ฮอร์มุซ" เปิดด่านชี้ชะตาโลก — เดิมพันสันติภาพ 10 วัน กับลมหายใจที่ยังไม่ทั่วท้องในตะวันออกกลาง

ท่ามกลางกลิ่นอายของเขม่าปืนที่ยังไม่จางหายในเลบานอน และความตึงเครียดระดับ "จุดเดือด" ในอ่าวเปอร์เซีย... โลกกำลังจับตามองว่านี่คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หรือเพียงแค่ความสงบก่อนพายุใหญ่? เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก ถูกประกาศ "เปิดทาง" อีกครั้งภายใต้เงื่อนไขที่เปราะบางยิ่งกว่าแก้ว

🔵 [เปิดประตูฮอร์มุซ: เมื่ออิหร่านยอมคลายวงล้อม]

วันที่ 17 เมษายน อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ส่งสัญญาณสำคัญผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า อิหร่านตัดสินใจเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ให้เรือพาณิชย์สัญจรได้โดยสมบูรณ์แล้ว — การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบรับข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดด่านครั้งนี้ไม่ได้มาฟรีๆ แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ องค์การท่าเรือและกิจการทางทะเลของอิหร่าน อย่างใกล้ชิด โดยมีเงื่อนไขเหล็ก 3 ข้อ:

หนึ่ง — เรือทุกลำต้องประสานงานกับกองกำลัง IRGC 

สอง — ห้ามเรือรบผ่านโดยเด็ดขาด 

สาม — ต้องใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดว่า "ปลอดภัย" เท่านั้น

 

🔵 [Trump’s Signal: คำขอบคุณที่มาพร้อมการกดดัน]

ทางด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รีบออกมาโพสต์ตอบรับทันทีว่า "อิหร่านเพิ่งประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว... ขอบคุณ" — แม้คำกล่าวจะดูเหมือนเป็นการลดระดับความตึงเครียด แต่ในความเป็นจริง "สงครามเงียบ" ยังคงดำเนินต่อไป 

 

สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะยังคงใช้กองทัพเรือ "ปิดกั้นท่าเรืออิหร่าน" ต่อไป จนกว่าจะมีการเซ็นสัญญาข้อตกลงสันติภาพที่ถาวร ขณะที่อิหร่านตอกกลับอย่างรุนแรงผ่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาว่า หากสหรัฐฯ ไม่หยุดปิดกั้นท่าเรือและไม่คืนเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ — ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดตายอีกครั้งทันที

🔵 [สันติภาพบนคราบน้ำตา: 10 วันที่เลบานอนต้องพิสูจน์]

ในอีกสมรภูมิหนึ่ง ข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่ ทรัมป์ เคลมว่าเป็นผลงานการเจรจาระหว่างเขากับ เบนจามิน เนทันยาฮู และ โจเซฟ อูน เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว — แต่ภาพความเป็นจริงในพื้นที่กลับต่างออกไป

 

- มีรายงานเสียงปืนและจรวด RPG ดังกึกก้องในกรุงเบรุตหลังเที่ยงคืน 

- กองทัพเลบานอนกล่าวหาอิสราเอลว่า "ละเมิดข้อตกลง" ด้วยการยิงถล่มหมู่บ้านทางตอนใต้ 

- อิสราเอลโต้กลับว่า เป็นการตอบโต้การเคลื่อนไหวของกลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ 

 

ชาวเลบานอนนับพันคนเริ่มหลั่งไหลกลับบ้านท่ามกลางความเสี่ยง โดยมีธงสีเหลืองของฮิซบอลเลาะห์และภาพของ ฮัสซัน นัสราลเลาะห์ ปรากฏให้เห็นตลอดเส้นทาง — สะท้อนว่าอุดมการณ์ในสนามรบแห่งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ

 

🔵 [สงครามน้ำลาย: ยูเรเนียม และโต๊ะเจรจาที่ว่างเปล่า]

ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือ "แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60%" จำนวน 900 ปอนด์ ซึ่งทรัมป์อ้างว่าอิหร่านตกลงจะให้สหรัฐฯ เข้าไปเก็บกู้เพื่อนำกลับอเมริกา — แต่อิหร่านออกมาปฏิเสธทันควันว่า "เป็นเรื่องโกหก" และยูเรเนียมจะไม่มีวันย้ายไปไหนทั้งสิ้น

 

ท่ามกลางความสับสนนี้ มหาอำนาจภูมิภาคอย่าง ตุรกี, ปากีสถาน, อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย กำลังเร่งเปิดวงเจรจานอกรอบที่เมืองอันตัลยา เพื่อหา "ทางออกโดยคนในพื้นที่" (Regional Solution) ก่อนที่เส้นตายหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะหมดอายุในวันที่ 22 เมษายนนี้

🔵 [จับตาโลก: เดิมพันที่สูงลิบ]

หากการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ล้มเหลว ทรัมป์ ได้ขู่ชัดเจนว่า "จะไม่มีการขยายเวลาหยุดยิง" และสหรัฐฯ พร้อมจะกลับมา "ทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่าน" อีกครั้ง — ซึ่งนั่นหมายถึงราคาพลังงานโลกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่อาจพังทลายลงในชั่วข้ามคืน

 

สถานการณ์ในตอนนี้เปรียบเหมือนการเดินบนเส้นด้าย... ทุกฝ่ายกำลังรอคอยว่า "ข่าวดี" ที่ทรัมป์แย้มไว้นั้นคืออะไร หรือมันจะเป็นเพียงแค่กลลวงทางการทูตก่อนพายุลูกใหม่จะมาถึง?

 

คุณคิดว่าความสงบชั่วคราว 10 วันนี้ จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน หรือเป็นเพียงแค่การหยุดพักเพื่อเติมกระสุนของทั้งสองฝ่าย?