กลุ่มประเทศตะวันตกจำนวนหนึ่งจึงรวมตัวกันตั้ง Common Cause Alliance เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสทางการเงินและธรรมาภิบาล ด้วยกังวลว่าทิศทางองค์กรอาจได้รับอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้น
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการที่ IBA แตกออกเป็นสองฝ่าย
🥊[พฤษภาคม 2022 : จุดเปลี่ยนที่อิสตันบูล]
เมื่อถึงวาระการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อเลือกตั้งประธาน IBA คนใหม่ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี การประชุมครั้งนั้นถูกคาดหวังว่าจะเป็นเวทีเลือกตั้งที่โปร่งใสเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาในสายตาของ IOC แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อผู้สมัครจากฝ่ายเรียกร้องปฏิรูป รวม 5 คนถูกตัดสิทธิ์ก่อนลงคะแนนเพียงหนึ่งวัน โดยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ “การหาเสียงนอกช่วงเวลา” โดยหนึ่งในผู้ถูกตัดสิทธิ์คือ บอริส ฟาน เดอ ฟอร์สต์ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งหลักของประธานคนปัจจุบัน
การตัดสิทธิ์ดังกล่าวทำให้เหลือผู้สมัครเพียงคนเดียว และการเลือกตั้งก็จบลงด้วยการรับรองให้ อูมาร์ เครมเลฟ รั้งตำแหน่งประธานเป็นสมัยที่ 2 โดยไม่มีการแข่งขันจริง
🥊[ศาลกีฬาโลกชี้ “ไม่สมสัดส่วน”]
หลังการเลือกตั้ง ฝ่ายที่ถูกตัดสิทธิ์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการด้านกีฬา (CAS) ซึ่งศาลตัดสินว่าการตัดสิทธิ์ดังกล่าว “ไม่ได้สัดส่วนกับข้อกล่าวหา” โดยมองว่าควรลงโทษเพียงแค่ตักเตือนหรือคาดโทษเท่านั้น ไม่ใช่การตัดสิทธิ์ลงสมัคร แถมระหว่างการสอบสวนยังพบว่า อูมาร์ เครมเลฟ ก็มีพฤติกรรมหาเสียงก่อนกำหนดเช่นกัน แต่กลับไม่ถูกลงโทษ
คำตัดสินนี้ทำให้ความชอบธรรมของการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามอย่างหนัก และสะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎที่ไม่เท่าเทียมหรือสองมาตรฐานในองค์กร
🥊[กันยายน 2022 : ลงมติเพื่อไม่ต้องลงมติ]
ตามคำแนะนำของ CAS เห็นควรมีการเลือกตั้งใหม่ จึงทำให้เกิดการประชุมที่เยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ในอีก 3 เดือนต่อมา อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนั้นแทนที่จะมีการเลือกตั้งประธาน IBA ใหม่เพื่อคลายข้อกังขาที่ประชุมกลับมีการเสนอให้ลงมติในประเด็นว่า “จะจัดเลือกตั้งใหม่หรือไม่” แทนการเลือกตั้งโดยตรง
และก่อนการลงมติก็เกิดเหตุการณ์ที่น่ากังขาขึ้นอีก คือ “ไฟฟ้าดับ” ราว 1 ชั่วโมง เมื่อไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ ก็พบว่ามีสมาชิกเข้าประชุมออนไลน์เพิ่มขึ้นถึงกว่า 30 คน แม้จะมีความพยายามทักท้วง แต่ผู้ควบคุมการประชุมกลับให้เหตุผลแค่ว่าคนที่เพิ่มขึ้นมานั้น “แค่มาประชุมสาย” เท่านั้นเอง
ผลปรากฏว่าสมาชิกประมาณ 75% ลงคะแนนไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ อูมาร์ เครมเลฟ ประธานคนเดิมดำรงตำแหน่งต่อไปโดยไม่มีการแข่งขันจริง
ยิ่งกว่านั้นยังมีการเปิดเผยว่า ก่อนการประชุมไม่นาน สหพันธ์มวยยูเครนที่อยู่คนละขั้วกับ เครมเลฟ ถูกระงับสมาชิกภาพอย่างกะทันหัน ทำให้ไม่มีสิทธิออกเสียง ทั้งที่เป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์นี้ถูกตีความว่าเป็นการใช้กลไกกฎระเบียบเพื่อจำกัดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในองค์กรอย่างชัดเจน
🥊[การแตกตัวของวงการมวยโลก]
ความขัดแย้งของสมาชิก IBA ที่แบ่งเป็นสองกลุ่ม นำไปสู่การก่อตั้งองค์กรใหม่คือ World Boxing ในปี 2023 โดยกลุ่มประเทศที่ต้องการระบบธรรมาภิบาลใหม่ เพื่อเป้าหมายสำคัญคือรักษาสถานะกีฬามวยในโอลิมปิก และสร้างโครงสร้างที่โปร่งใสกว่าเดิม
การแตกตัวดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จำกัดแค่บุคคลหรือการเลือกตั้งครั้งเดียว แต่เป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการบริหารกีฬาในระดับโลก
🥊[จุดจบความสัมพันธ์กับโอลิมปิก]
วันที่ 22 มิถุนายน 2023 IOC ได้ลงมติถอนการรับรอง IBA อย่างถาวร โดยให้เหตุผลหลักสามประการ ได้แก่ ความล้มเหลวด้านธรรมาภิบาล ความไม่โปร่งใสทางการเงิน และปัญหาความน่าเชื่อถือในการแข่งขัน
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สหพันธ์กีฬานานาชาติถูกขับออกจากโอลิมปิกเพราะปัญหาเชิงระบบ และส่งผลต่ออนาคตของกีฬามวยในเวทีโอลิมปิกอย่างมีนัยสำคัญ
กรณี IBA ปี 2022 กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของโลกกีฬาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกฎระเบียบ อำนาจ และความโปร่งใส และบทเรียนสำคัญคือ “ความโปร่งใส” ไม่ได้เกิดจากการมีกฎจำนวนมาก แต่เกิดจากการใช้กฎอย่างเท่าเทียม ตรวจสอบได้ และปราศจากอิทธิพลทางการเมือง
เพราะการทุจริตยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องละเมิดกฎโดยตรง แต่สามารถเกิดจากการตีความกฎ การออกแบบขั้นตอน หรือการเลือกใช้กฎแบบเลือกปฏิบัติ
.
กล่าวอีกนัยหนึ่ง กฎที่ถูกออกแบบเพื่อสร้างความยุติธรรม หากขาดระบบตรวจสอบและวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้การทุจริตแทน