เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: ไทยเสี่ยงร้อนเท่าทะเลทรายซาฮาราภายในปี 2613 วิกฤตโลกร้อนที่คนไทยต้องรู้ก่อนสาย

18 เม.ย. 2569

STORY: ไทยเสี่ยงร้อนเท่าทะเลทรายซาฮาราภายในปี 2613 วิกฤตโลกร้อนที่คนไทยต้องรู้ก่อนสาย

ถ้าบอกว่าอีก 50 กว่าปี คนไทยอาจต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความร้อนระดับเดียวกับทะเลทรายซาฮารา คุณจะเชื่อไหม?

นี่ไม่ใช่การคาดเดา แต่คือภาพฉายจากงานวิจัยระดับโลก ที่บอกว่า อนาคตของประเทศไทยกำลังอยู่บนเส้นแดงของวิกฤติสภาพภูมิอากาศ

 

🔵[โลกร้อนขึ้นแค่ไหน ถึงเรียกว่า "เกินขีดจำกัดมนุษย์"]

 

งานวิจัย Future of the Human Niche (Xu et al., 2020) เผยว่าตลอดประวัติศาสตร์หลายพันปี มนุษย์เติบโตและตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีระหว่าง 11–15°C เท่านั้น

 

แต่เมื่อตัวเลขนั้นพุ่งเกิน 29°C — ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 0.8% ของพื้นผิวโลกที่เผชิญอยู่ — มันไม่ใช่แค่ "ร้อนขึ้น" อีกต่อไป แต่คือ การหลุดออกจากช่วงที่มนุษย์สามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

 

และการคาดการณ์ระบุชัดว่า ภายในปี 2613 พื้นที่เหล่านี้จะขยายออกจนครอบคลุมประชากรโลกถึง หนึ่งในสาม

 

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนในภาพนี้?

 

🔵[ไทยในวันนี้ vs ไทยในวันที่ร้อนเท่าซาฮารา]

วันนี้ประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 26°C ซึ่งยังต่ำกว่าเส้นอันตรายที่ 29°C อยู่บ้าง แต่ ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการโครงการ Climate Connectors ชี้ให้เห็นว่า แบบจำลองภูมิอากาศทั่วโลกต่างบ่งชี้ทิศทางเดียวกัน — ภายในปลายศตวรรษนี้ ไทยอาจข้ามเส้นนั้น

 

สัญญาณเตือนปรากฏแล้วในชีวิตประจำวัน ทุกช่วงมีนาคม-พฤษภาคม ประเทศไทยเผชิญอุณหภูมิทะลุ 40°C เป็นประจำ และเมื่อปี 2559 คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 65 ปีถล่มประเทศ ข้อมูลจาก NASA Earth Observatory ระบุว่าอุณหภูมิพื้นผิวในหลายพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 12°C มีการทำลายสถิติรายวันมากกว่า 50 ครั้ง และจุดพีคอยู่ที่ 44.6°C ที่แม่ฮ่องสอน

 

สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "คลื่นความร้อนระดับเบา" ในอนาคต อาจรุนแรงเทียบเท่าคลื่นสูงสุดในวันนี้ — ความร้อนจะกลายเป็น "ปกติ" ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษอีกต่อไป

🔵[ร้อนขึ้น = ใครเจ็บปวดมากที่สุด?]

ผลกระทบไม่ได้กระจายเท่ากัน การศึกษาคลื่นความร้อนในไทยปี 2561 พบว่า แม้แค่ระดับปานกลาง ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคติดเชื้อ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือ ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และแรงงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะในชนบทที่ไม่มีทางเข้าถึงเครื่องปรับอากาศ

 

ในเชิงเศรษฐกิจ อุณหภูมิที่พุ่งสูงจะกัดกร่อนทั้ง ผลิตภาพแรงงาน ผลผลิตเกษตร และความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่ความต้องการพลังงานเพื่อทำความเย็นพุ่งขึ้น ก็อาจย้อนกลับมาเร่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้หนักขึ้นอีก

 

🔵[วิกฤติซ้อนวิกฤติ ไม่ใช่แค่เรื่องร้อน]

ความร้อนไม่ได้มาคนเดียว มันดึงภัยแล้ง น้ำท่วม และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นมาด้วยเป็นชุด พื้นที่ชายฝั่งและเมืองเศรษฐกิจสำคัญของไทยล้วนตกอยู่ในความเสี่ยงนี้พร้อมกัน

.

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดแยกกัน แต่เชื่อมกันเป็นระบบ และยิ่งทำให้การแก้ไขซับซ้อนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

 

🔵[ยังมีทางเลือก ถ้าเริ่มจากวันนี้]

สิ่งสำคัญที่ ธารา บัวคำศรี ย้ำคือ "นี่ไม่ใช่ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คือผลของการตัดสินใจในวันนี้"

 

หากยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเดิม พื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์จะหดแคบลงเรื่อย ๆ และประเทศเขตร้อนอย่างไทยจะเป็น แนวหน้าของวิกฤตินี้

 

แต่ถ้าเร่งลดคาร์บอน ปรับโครงสร้างพลังงาน ออกแบบเมืองและนโยบายสาธารณสุขให้รองรับโลกที่ร้อนขึ้น ก็ยังมีโอกาสที่จะ "ลดความรุนแรง" ของอนาคตที่กำลังมาถึง

 

วิกฤติความร้อนไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่คือคำถามที่ว่า "บนโลกใบนี้ ยังจะมีที่ให้คนไทยอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขไหม?"

 

คำตอบอยู่ที่การกระทำของเราวันนี้ — ไม่ใช่พรุ่งนี้

💬 คำถามชวนคิด:

ถ้าลูกหลานของคุณจะต้องใช้ชีวิตในประเทศที่ร้อนเท่าทะเลทราย — คุณอยากให้พวกเขาจำได้ว่าคนรุ่นเราเลือกทำอะไรในวันนี้?