สิ่งที่หลงเหลือและถูกนำกลับมาคือตำนานเรื่องการวิ่งมาราธอน ตำนานที่เล่าถึงการวิ่งทางไกลเพื่อนำข่าวจากเมืองมาราธอนไปแจ้งยังกรุงเอเธนส์ เรื่องการมาถึงของเรือของพวกเปอร์เซีย ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกจึงมีการแข่งวิ่งมาราธอนโดยใช้เส้นทางที่เชื่อว่าเป็นเส้นทางในตำนานคือวิ่งจากเมืองมาราธอนถึงกรุงเอเธนส์ ในการแข่งขันมาราธอนครั้งแรกมีระยะทางทั้งหมดราว 40 กิโลเมตร ซึ่งก็ส่งอิทธิพลด้านมาตรฐานระยะทางมาราธอนมาจนถึงปัจจุบัน
การวิ่งระหว่างเมืองหรือในพื้นที่เมืองจึงนับเป็นกิจกรรมใหม่ ในปี 1897 ปีถัดมาจากโอลิมปิกครั้งแรก เมืองบอสตันจึงลงมือจัดงานแข่งมาราธอนขึ้นและนับเป็นงานและเส้นทางวิ่งมาราธอนประจำปีที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดงานหนึ่งของโลก นับจากบอสตันแล้ว ในปี 1970 เกือบสิบปีหลังจากบอสตัน เมืองนิวยอร์กก็มีความคิดจะจัดมาราธอนขึ้นด้วยเช่นกัน โดยงานนิวยอร์กมาราธอนสัมพันธ์กับภาพลักษณ์และการพัฒนาเมืองของนิวยอร์กเองด้วย
อย่างแรกที่สุดคือ ทศวรรษ 1970s-1980s การพัฒนาเมืองโดยเฉพาะเมืองอเมริกันอย่างเช่นนิวยอร์กนั้น ไม่ได้เป็นเมืองที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยปัญหา เพราะเมืองไม่ใช่ที่ของคน ถนนเป็นพื้นที่ของการขับรถ เมืองไม่ได้สวยงามแต่เป็นพื้นที่ของอุตสาหกรรม เต็มไปด้วยซอกมุมและการซุกซ่อนปัญหาแบบเมือง เช่น ขยะ อาชญากรรม มลพิษ รวมถึงปัญหาสุขอนามัยต่างๆ เอาไว้
ทีนี้การจัดงานวิ่งของนิวยอร์กก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจและมีความสดใหม่ในหลายด้าน การจัดวิ่งมาราธอนนิวยอร์กจริงๆ เริ่มตั้งแต่ต้นทศวรรษคือปี 1970 แต่ในช่วงห้าปีแรก มาราธอนนิวยอร์กคือการวิ่งรอบเซ็นทรัลพาร์ก (Central Park) ในปีแรกมีคนเข้าแข่งขันร้อยคนเศษและมีคนชมราวร้อยกว่าคน ความเปลี่ยนแปลงของนิวยอร์กมาราธอนสู่งานวิ่งในระดับเมืองคือการวิ่งผ่านห้าเขตสำคัญ เริ่มต้นในช่วงกลางทศวรรษและเกี่ยวข้องกับการแก้ภาพลักษณ์และวิกฤติทางการเงินที่เมืองเผชิญ
ปี 1976 นิวยอร์กกับการเปิดเมืองเพื่อการวิ่ง
ในปี 1975 ในบรรยากาศที่เมืองนิวยอร์กเต็มไปด้วยความอึมครึม สกปรก และเป็นดินแดนของอาชญากรรม ในปีนั้นนิวยอร์กมีสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ พื้นที่กลางเมืองจริงๆ กลายเป็นที่ๆ ผู้คนไม่อยากย่างกรายเข้าใกล้ คนชั้นกลางเลือกที่จะหลีกหนีอยู่ในย่านชานเมืองที่โดดเดี่ยวและรายล้อมด้วยสนามหญ้าสีเขียว ปัญหาทางการเงินของนิวยอร์กและพื้นที่กายภาพของเมืองจึงสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ของเมือง
ในปีนี้ 1975 นี้เองที่นิวยอร์กมีการตัดสินใจปรับรูปแบบให้กลายเป็นมาราธอนที่วิ่งผ่านเขตทั้งห้าของเมืองนิวยอร์ก (Boroughs) การปรับตรงนี้ทำให้นิวยอร์กมาราธอนที่จัดในปีต่อมาคือ 1976 เป็นงานมาราธอนในเมืองที่แท้จริงแห่งแรกของโลก งานก่อนหน้านั้นทั้งบอสตันและชิคาโก เส้นทางวิ่งส่วนใหญ่เป็นการวิ่งเชื่อมระหว่างพื้นที่นอกเมืองเข้าสู่ตัวเมือง การปรับเส้นทางของนิวยอร์กนี้จึงนับเป็นการวิ่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ในเขตเมืองอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก
คำถามคือ แล้วการปรับตรงนี้สำคัญตรงไหน แน่นอนว่าสำคัญมาก นึกภาพว่ายุคหนึ่งนิวยอร์กมีภาพจำที่ย่ำแย่ไม่น่าอยู่ แต่การเปิดถนน ปรับพื้นที่ผิวทาง และการจัดบรรยากาศถนนให้ผู้คนได้ออกมาวิ่ง มาสัมผัสเมืองเป็นเส้นทางยาวๆ ไปยังเขตสำคัญของเมืองทำให้ความรู้สึกของผู้ร่วมแข่งขันที่มีต่อพื้นที่เมืองเปลี่ยนแปลงไป การลงมือจัดงานในครั้งนั้นนับเป็นจินตนาการใหม่ของกิจกรรมของเมือง กระทั่งคนต้นคิดเรื่องงานวิ่งห้าเขตยังนึกฝันไปไม่ถึงว่าจะลงมือทำอย่างไร
ทว่า การจัดมาราธอนกลางเมืองของนิวยอร์กนั้นกลายเป็นความสำเร็จสำคัญอย่างหนึ่งของนิวยอร์กเอง ผู้เข้าร่วมเล่าความรู้สึกอันแปลกประหลาดที่วิ่งผ่านสะพานแล้วก้าวเข้าสู่ย่านแถวๆ บรูกลิน ที่พื้นที่ชุมชนผู้เข้าร่วมจะพบกับฝูงชนที่โห่ร้องให้กำลังใจ มาราธอนให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิต เป็นการใช้กิจกรรมกีฬาที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านพื้นที่เมือง จากพื้นที่ที่เคยเหินห่างกัน พื้นที่ที่เคยเป็นของรถยนต์และความเร่งรีบ พื้นที่ที่ไม่มีคนเดินเท้า ไม่มีสุขภาพ และไม่มีเสียงโห่ร้องยินดีอยู่ในนั้น เมืองทั้งเมืองของนิวยอร์ก เขตสำคัญทั้งห้า สะพาน ลาน จัตุรัส กลายเป็นพื้นที่ของผู้คนผ่านกิจกรรมการวิ่งมาราธอน
รับรู้เมืองด้วยสองขา แตกต่างจากหน้าต่างรถยนต์
ความน่าประหลาดใจของนิวยอร์กมาราธอนคืองานวิ่งครั้งแรกของนิวยอร์กในปี 1976 เป็นไปอย่างราบรื่น นิวยอร์กมาราธอนได้รับความสนใจในพื้นที่สื่อระดับนานาชาติ เมืองนิวยอร์กถูกถ่ายทอดไปอย่างเฉิดฉาย สดใสน่าประทับใจไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ภาพของเมืองที่กระฉับกระเฉง ผู้คนที่ทั้งออกมาวิ่งหรือมาชื่นชมโห่ร้องในการวิ่งในพื้นที่เมือง ถนนทางเท้าที่ได้รับการจัดการ รถยนต์ที่ถูกกันออกจากพื้นนิวยอร์กเองนอกจากจะกลายเป็นปลายทางใหม่ประจำปีทั้งของคนอเมริกันและประเทศที่ร่วมในโอลิมปิกมาราธอน เมืองต่างๆ ทั่วโลกก็เริ่มจัดมาราธอนของตัวเองด้วย
เบื้องต้นมาราธอนทำให้เรามีจินตนาการต่อเมืองในรูปแบบใหม่ ถนนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการกีฬาและเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพของผู้คน นิวยอร์กมาราธอนเองยังมีนัยอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับบริบททางวัฒนธรรมเช่นงานวิ่งมาราธอนกลายเป็นพื้นที่ที่ไร้การแบ่งแยกของคนทุกชาติพันธุ์และทุกศาสนา บางครั้งพื้นที่มาราธอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการปรากฏตัวของคนผิวดำ เป็นพื้นที่เกียรติยศและเป็นพื้นที่หนึ่งของการร่วมเรียกร้องสิทธิพื้นฐานทั้งของคนผิวดำ ไปจนถึงการเข้าร่วมของผู้หญิง และในชั้นหลังก็เริ่มมีกราปรากฏตัวของกลุ่มหลากหลายอื่นๆ เช่นการเข้าร่วมของผู้ใช้รถเข็น
ดังนั้น การปิดถนน เปิดเส้นทางให้ผู้คนแม้จะเป็นงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว งานมาราธอนและการวิ่งในพื้นที่เมืองนั้น เป็นทั้งการรับรู้เมืองในรูปแบบใหม่ๆ เป็นการเชื่อมโยงของเราเข้ากับบริบทพื้นที่อย่างที่เมืองซึ่งเคยออกแบบเพื่อรถยนต์มอบให้ไม่ได้ เราได้ลัดเลาะไปตามย่าน ตามตรอกซอกซอย ได้มองเห็นสีหน้า เห็นเรื่องราวระหว่างทาง ได้เห็นความหมายของเมืองในฐานะพื้นที่ของความเคลื่อนไหว ในฐานะดินแดนของผู้คนและความแข็งแรง
การสร้างจินตนาการใหม่ของเมืองนั้นย่อมนำไปสู่แนวทางการพัฒนาเมืองที่เน้นสุขภาวะมากขึ้น เน้นความปลอดภัยให้กับคนเดินเท้าเหนือความสำคัญของรถยนต์ เมืองที่คนวิ่งออกกำลังได้ย่อมต้องเป็นเมืองที่ปลอดภัย ร่มรื่น อากาศสะอาด ท้ายที่สุดเมืองที่ผู้คนปลอดภัย กระฉับกระเฉง ยิ้มและให้กำลังใจกันด้วยนิยามของกีฬา เมืองที่ผู้คนและชุมชนแข็งแรงก็ย่อมนำไปสู่ภาพรวมของเมืองที่มีความแข็งแรงด้วยเช่นกัน
ข้อมูลอ้างอิง
ภาพประกอบโดย Pathita Wasana