ดับแป้งมัน “พลพีร์” ลูกเทพนั่ง มท.ชน “หวังศุภกิจโกศล” ลบแค้นแทนครูใหญ่
23 มี.ค. 2569
ยุทธศาสตร์พิฆาตแป้งมัน “พลพีร์” สายตรงเนวิน-ไชยชนก นั่ง รมช.มหาดไทย ลุย “หวังศุภกิจโกศล” หวังเปลี่ยนโคราช
Exclusive
23 มี.ค. 2569
ยุทธศาสตร์พิฆาตแป้งมัน “พลพีร์” สายตรงเนวิน-ไชยชนก นั่ง รมช.มหาดไทย ลุย “หวังศุภกิจโกศล” หวังเปลี่ยนโคราช
23 มีนาคม 2569 ลูกเทพตัวตึง พลพีร์ สายตรงเนวิน-ไชยชนก นั่ง รมช.มหาดไทย ลุยบ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล ยุทธศาสตร์น้ำเงินทั้งโคราช
ค่ายแป้งมัน กำนันป้อ-มาดามปุ๋ง ทิ้งน้ำเงินสวมเสื้อแดง ยึด สส.นครโคราช พ่วงนายก อบจ. 2 สมัยซ้อน แค้นนี้ครูใหญ่ไม่มีวันลืม
ในที่สุด ฝันของ “เสี่ยเต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา 4 สมัย ก็เป็นจริง ได้นั่งเก้าอี้ รมช.มหาดไทย หรือ “มท.เต้ย” ตามรอยพ่อ-ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตนายอำเภอคนดัง และคุณตา-เลิศ หงษ์ภักดี อดีตผู้ว่าฯ นครราชสีมา
ตามหลักคณิตศาสตร์การเมือง พรรคน้ำเมืองย่าโม มี สส. 3 คน เสี่ยเต้ยก็ไม่ควรได้ตำแหน่ง รมช. แต่บังเอิญเขาเป็น “ลูกเทพ” ที่มีความใกล้ชิดทั้ง “เนวิน-ไชยชนก” ไม่นับเสี่ยหนูที่ติดสอยห้อยตามกันมาแต่รัฐบาลประยุทธ์
วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์การเมือง จ.นครราชสีมา เป็นสนามใหญ่มี สส. 16 คน ซึ่งการเลือกตั้งปีนี้ เพื่อไทยได้ 10 ที่นั่ง, ประชาชนได้ 3 ที่นั่ง และภูมิใจไทยได้ 3 ที่นั่ง
ดังที่ทราบกัน “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และ “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แม่ทัพค่ายแดง ผนึกกำลัง “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กวาด สส.เมืองย่าโมได้เป็นกอบเป็นกำมา 2 สมัยแล้ว
ปี 2566 ค่ายแดงได้ สส.โคราช 12 ที่นั่ง ส่วนค่ายน้ำเงินได้ 1 ที่นั่งคือ พลพีร์ สุวรรณฉวี ที่เอาชนะทีมแป้งมันได้
ปี 2569 เสี่ยหนูมอบให้เสี่ยเต้ย เป็นแม่ทัพโคราช ได้ สส.เพิ่มเป็น 3 ที่นั่งประกอบด้วยเขต 9 พลพีร์ สุวรรณฉวี เขต 10 บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และเขต 16 ตติรัฐ รัตนเศรษฐ
สมัยหน้า ครูใหญ่เนวิน ต้องการปักธงน้ำเงินเพิ่ม เพราะนับแต่ปี 2554 ค่ายน้ำเงินได้ สส.โคราช 1-3 ที่นั่งเท่านั้น จึงต้องมี “มท.เต้ย” มาตอกเสาเข็ม
สมรภูมิเขต 9 ประกอบด้วย อ.ห้วยแถลง อ.จักราช และ อ.ชุมพวง ซึ่งเป็นฐานเสียงของตระกูล “สุวรรณฉวี” มาแต่ยุค ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต สส.นครราชสีมา 5 สมัย และ ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีต สส.และอดีตนายก อบจ.โคราช
ทั้ง สส.ไพโรจน์ และระนองรักษ์ ได้ส่งต่อมรดกการเมืองให้ทายาทคนโต “เสี่ยเต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี เป็น สส.นครราชสีมา สมัยแรกปี 2550 ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน
จริงๆ แล้ว “ไพโรจน์” ได้เป็น สส.โคราช เพราะอาศัยฐานเสียงเก่าของพ่อตาชื่อ เลิศ หงษ์ภักดี อดีตนครราชสีมา 3 สมัย บวกกับการเป็นนายอำเภอในละแวกชายขอบเมืองย่าโมมาหลายปี
ปี 2554 ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี พลพีร์ สุวรรณฉวี และ อนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ 3 สส.ค่ายเพื่อแผ่นดิน ย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน โดยระนองรักษ์ไม่ลงสมัคร สส. มีแต่พลพีร์และน้องชาย-พีรพร ลงสู้กระแสเสื้อแดง ปรากฏว่า พลพีร์สอบได้เป็น สส.สมัยที่ 2
ปี 2561 เนวิน ชิดชอบ ส่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้ามาเจรจากับ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล พร้อมดึง นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และ ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา มาเสริมทัพ
การเลือกตั้งปี 2562 ค่ายน้ำเงินก็ได้ สส. 3 คน ส่วนเสี่ยเต้ย-พลพีร์ที่สวมเสื้อน้ำเงินหนแรกแพ้น้องเมียของวิรัช รัตนเศรษฐ
สมัยรัฐบาลประยุทธ์ “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ได้เป็น รมช.พาณิชย์ และ รมช.คมนาคม ส่วนพลพีร์สอบตก แต่ได้ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(อนุทิน ชาญวีรกูล)
ปี 2563 “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยาเสี่ยแป้งมัน ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครราชสีมา กูรูการเมืองต่างฟันธงว่า พรรคน้ำเงินยึดครองโคราชแน่
ปลายปี 2565 “กำนันป้อ” ประกาศวางมือทางการเมือง แต่ดันคนในตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ไปสวมเสื้อเพื่อไทย โดยการนำของ 2 ทายาทค่ายแป้งมันเอี่ยมเฮง คือ “ปุ๋ง” สุดาวรรณ และ “กำนันฮอลล์” อาทิตย์
ชัยชนะของค่ายแดงโคราชในปี 2566 สร้างความเจ็บปวดให้แก่นายใหญ่บุรีรัมย์ และเป็นแรงกระตุ้นให้ “เสี่ยเต้ย” เจาะฐานแป้งมันได้สำเร็จในปีนี้ จึงได้รับโบนัสเป็น “มท.เต้ย” ปูทางสร้างการเมืองท้องถิ่นเพื่อโค่นตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ในสมัยหน้า
