นอกจากนี้แฮร์ริสลงพื้นที่หาเสียงในเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซินในวันเดียวกัน และพยายามแสดงจุดยืนประนีประนอม โดยบอกว่า ในฐานะประธานาธิบดี เธอจะพยายามแสวงหาจุดร่วมกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับเธอ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ก่อนหน้านี้เธอเคยเชิญอดีตผู้สนับสนุนทรัมป์บางคนขึ้นเวทีหาเสียงกับเธอ และบอกด้วยว่า อยากเชิญคนรีพับลิกันเข้าร่วมคณะรัฐบาลของเธอ หากชนะเลือกตั้ง เธอไม่เหมือนกับทรัมป์ เพราะไม่เชื่อว่า คนเห็นต่างเป็นศัตรู ขณะที่ทรัมป์ต้องการจับคนเห็นต่างเข้าคุก ขณะที่เธอจะให้พวกเขาเข้าร่วมรัฐบาล
รัฐวิสคอนซินเป็น 1 ใน 7 รัฐสมรภูมิ (battleground state) ที่ทั้งทรัมป์และแฮร์ริสทุ่มเททั้งเวลา เงิน และความสนใจ เพื่อเรียกคะแนนเสียงในรัฐเหล่านี้ ที่คาดว่าจะชี้วัดผลแพ้ชนะในการเลือกตั้งที่ผู้สมัครทั้งสองคนมีคะแนนนิยมสูสีกันอย่างมาก
รัฐวิสคอนซิน, รัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐมิชิแกน เรียกได้ว่า เป็นรัฐ blue wall state ที่เลือกผู้สมัครเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งในช่วงปี 2535-2555 แต่ทรัมป์ชนะฮิลลารี คลินตัน ใน 3 รัฐนี้ในการเลือกตั้งปี 2559 ก่อนที่ไบเดนชนะทรัมป์ใน 3 รัฐนี้ในปี 2563 และ 3 รัฐนี้จะเป็นหนึ่งในเส้นทางสู่ชัยชนะ ที่จะทำให้เธอได้รับเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งถึง 270 เสียง และชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ผลสำรวจของซีเอ็นเอ็นล่าสุด พบว่า แฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำทรัมป์ในรัฐมิชิแกนที่ 48% ต่อ 43% และนำในรัฐวิสคอนซินที่ 51% ต่อ 45% แต่ทั้งคู่เสมอกัน 48% ในรัฐเพนซิลเวเนีย
ขณะที่รัฐเพนซิลเวเนียมีคณะผู้เลือกตั้ง 19 เสียง, รัฐมิชิแกน 15 เสียง และรัฐวอสคินซิน 10 เสียง