การสะท้อนความกังวลของสมาชิกรีพับลิกันมีขึ้นหลังจากคะแนนนิยมของแฮร์ริสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ หลังจากเธอประกาศชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถอนตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม จนผลสำรวจบางสำนักพบว่า เธอมีคะแนนนิยมแซงหน้าทรัมป์ในสนามเลือกตั้งสำคัญ
เธอยังสามารถเรียกความตื่นตัวของผู้สนับสนุนเดโมแครต และสร้างสถิติได้รับเงินบริจาคสูงสุดอีกด้วย ทีมหาเสียง เปิดเผยด้วยว่า แฮร์ริสมีจำนวนผู้ฟังการปราศรัยมากถึงกว่า 12,000 คน ใน 5 เวทีที่ผ่านมาในสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาทรัมป์พูดโจมตีเรื่องส่วนตัวของแฮร์ริสบ่อยครั้ง รวมถึงอ้างผิด ๆ ว่า เธอเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติจากการชูประเด็นเป็นคนผิวสี ทั้งที่เธอเคยบอกเป็นคนอินเดีย เพื่อหวังเรียกคะแนนเสียงเท่านั้น ทั้งที่จริงเธอเปิดเผยมาตลอดว่าเป็นคนอินเดียและคนผิวสี นอกจากนี้เขายังพูดจาดูถูกเรื่องสติปัญญา และวิจารณ์รูปลักษณ์ของเธอ รวมทั้งยังแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่า แฮร์ริสใช้เทคโนโยลี AI สร้างภาพที่ทำให้ดูมีผู้ฟังการปราศรัยจำนวนมาก
ส่วนผลสำรวจของนิวยอร์กไทม์สและเซียนา คอลเลจ ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ พบว่ แฮร์ริสมีคะแนนนิยมนำทรัมป์ 4 จุดเปอร์เซ็นต์ ในรัฐมิชิแกน, วิสคอนซิน และเพนซิลเวเนีย ซึ่งล้วนเป็นสนามเลือกตั้งใหญ่ที่ทรัมป์ชนะในปี 2559 และแพ้ในปี 2563
นอกจากนี้ผลสำรวจอีกแห่ง พบว่า แฮร์ริส และทรัมป์ มีคะแนนสูสีกันในระดับประเทศ และทรัมป์นำแฮร์ริสเพียงเล็กน้อยในรัฐแอริโซนา, จอร์เจีย และเนวาดา