ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ท่าทีของฟีฟ่าคือ ไม่ยอมลดราคาให้เหลือ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามที่ฝ่ายไทยร้องขอ โดยบอกว่าถ้าไทยจะซื้อในราคาที่ถูกกว่า 38 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องซื้อเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ฟีฟ่า ยังยืนยันว่า ไม่ยอมขายแพ็คเกจย่อยคือ ซื้อตั้งแต่รอบ 2 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่บังคับให้ซื้อฟูลแพ็คเกจ 64 แมตช์เท่านั้น
ส่วนขั้นตอนการซื้อ ฟีฟ่าได้ขีดเส้นตายไว้คือ ภายในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ต้องปิดดีลกับฟีฟ่าให้สำเร็จ จากนั้นในวันที่ 19 พ.ย.65 จะต้องโอนเงินทั้งหมดไปให้ฟีฟ่า พร้อมภาษี 15 เปอร์เซ็นต์
โดยตอนนี้คณะทำงานมี 2 ทางเลือกคือ
- ยอมซื้อในราคา 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าซื้อในราคาแพง
- ไม่ซื้อเลย ซึ่งก็จะไม่ต้องเสียเงินที่มาจากภาษีประชาชน แต่ก็จะโดนตำหนิจากประชาชนอีกส่วนหนึ่งว่า ซื้อไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโอกาสที่คนไทยจะได้ดูการถ่ายทอสดฟุตบอลโลก 2022 มีมากกว่า 50% แต่ขอให้รอความชัดเจนอีกครั้ง
ทั้งนี้คาดว่าวันจันทร์ที่ 14 พ.ย.นี้ จะได้รับคำตอบชัดเจนว่าแฟนกีฬาชาวไทยจะได้รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 หรือไม่ และด้วยแพ็คเกจใด เนื่องจากมีกำหนดการของ กสทช. แถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก (รอบสุดท้าย) โดยจะมีทั้ง นายไตรรัตย์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. และ นายก้องศักด์ ยอดมณี ผู้ว่าฯกกท. ร่วมงานด้วย