เจย์ โมนาฮาน ประธานพีจีเอทัวร์ กล่าวหลังการประกาศรางวัลว่า “ในนามของพีจีเอทัวร์ ผมขอแสดงความยินดีกับสกอตตี้ เชฟเฟลอร์ กับผลงานที่โดดเด่นและความสำเร็จของเขาในฤดูกาลนี้ การคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีคือการได้รับเกียรติสูงสุดและการยกย่องนับถือจากเพื่อนร่วมอาชีพในทัวร์ สกอตตี้โชว์ฟอร์มเยี่ยมและคงเส้นคงวา"
"เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นการพัฒนาของเขาตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา และขอขอบคุณที่สกอตตี้สวมบทบาทเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของพีจีเอทัวร์และเกมกีฬากอล์ฟ การมีผู้เล่นอย่างสกอตตี้เป็นผู้นำในพีจีเอทัวร์ ทำให้ทัวร์ของเราอยู่ในเส้นทางที่ดีต่อไปอีกหลายปี”
สำหรับผลงานคว้าชัยชนะ 4 รายการของเชฟเฟลอร์ในฤดูกาลนี้ เริ่มจากรายการ ดับเบิลยูเอ็ม ฟีนิกซ์ โอเพ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ตามด้วยอาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเทชันแนล พรีเซนเต็ดบายมาสเตอร์การ์ด, เวิลด์กอล์ฟ แชมเปียนชิพ-เดลล์ เทคโนโลยี แมตช์ เพลย์ ในเดือนมีนาคม และแชมป์ครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพก็คือ เดอะ มาสเตอร์ส เมเจอร์แรกแห่งปีที่สนามออกัสต้า เนชันแนล กอล์ฟ คลับ เดือนเมษายน พร้อมทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้า 4 แชมป์จากการลงเล่น 6 รายการ นับตั้งแต่ เจสัน เดย์ ทำได้เมื่อฤดูกาล 2014-15 และก่อนหน้านี้มีเพียง ไทเกอร์ วูดส์ ที่ชนะเลิศ 4 รายการโดยได้แชมป์เมเจอร์ และเวิลด์กอล์ฟแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลเดียวกัน
นอกจากนี้เชฟเฟลอร์ยังทำผลงานจบใน 10 อันดับแรก 11 ครั้งจากการลงเล่น 25 รายการในฤดูกาลนี้ รวมถึงตำแหน่งรองแชมป์คาเดนซ์ แบงก์ โอเพน, ชาร์ลชวาบ ชาลเลนจ์, ยูเอส โอเพ่น และทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ รวมทั้งเป็นผู้นำอันดับคะแนนสะสมของเฟดเอ็กซ์คัพ 24 สัปดาห์ โดยเป็นการครองตำแหน่งผู้นำ 23 สัปดาห์สุดท้ายในฤดูกาลปกติ ก่อนจบที่อันดับ 2 ในรายการ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ และรับเงินโบนัสเฟดเอ็กซ์คัพ 5.75 ล้านเหรียญสหรัฐ