"ขอเวลาไม่เกิน 4 ปี ในการพาทีมกลับสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง" นั่นเป็นคำมั่นสัญญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ในสมัยที่เข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลคนใหม่เมื่อปี 2015
จากผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมในสมัยนั้น ทำให้ใครๆต่างก็บอกว่าคำสัญญานี้คงเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน และ คล็อปป์ และทีมงานทุกฝ่าย ต่างก็มุ่งมั่นทำงานกันอย่างเต็มที่ และสามารถพาทีมหงส์แดงยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว โดยมีผลงานชิ้นโบแดงคือการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปได้ 2-0 ซึ่งจากชัยชนะในเกมดังกล่าวทำให้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาสโมสรอังกฤษ แต่พวกเขาก็ต้องผ่านเส้นทางที่ยากลำบากมาไม่น้อยทีเดียวกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้
ลิเวอร์พูล จบซีซั่นในลีกด้วยอันดับที่ 4 ทำให้คว้าสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ แต่ในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่โดยเฉพาะเกมเยือนที่แพ้รวดทั้ง 3 นัด และต้องมาลุ้นเข้ารอบในเกมสุดท้ายที่พบกับ นาโปลี ก่อนเป็นฝ่ายเฉือนชนะไปได้หวุดหวิด 1-0 และผ่านเข้ารอบด้วยการมีประตูยิงได้มากกว่าคู่แข่งเท่านั้น
รอบ 16 ทีมสุดท้าย หงส์แดงเจองานยากทันทีเมื่อต้องพบกับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แต่ลิเวอร์พูลก็ระเบิดฟอร์มบุกไปเอาชนะได้ถึงเยอรมันด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างสวยงาม ต่อด้วยการไล่ถล่ม เอฟซี ปอร์โต้ แบบไม่ไว้หน้าด้วยสกอร์รวมสองนัด 6-1 กรุยทางสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ