"เพราะด้วยตารางแข่งขันของซีเกมส์ที่แข่งวันเว้นวัน ประกอบกับจำนวนรายชื่อที่ส่งแข่งขันมีจำกัดเพียง 20 คน อีกทั้งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้เล่นได้ ซึ่งระเบียบการแข่งขันเหล่านี้ ไม่เหมาะกับนักฟุตบอลอาชีพนัก ดังนั้นจึงควรเปิดโอกาสให้กับผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบอาชีพเต็มตัวมากกว่า"
ขณะที่ สุภโชค สารชาติ กล่าวว่า "จริงๆ รุ่นนี้ก็เล่นด้วยกันมาตลอดอยู่แล้วครับ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการเล่นไม่เข้าขากัน"
"เรื่องสภาพร่างกายที่เพิ่งเสร็จจากการเล่นให้ชุดใหญ่ ก็มีผลนิดนึงครับ แต่ว่าเมื่อถึงเวลาแข่งก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะศักยภาพของทีมเราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ"
"การขาดเอกนิษฐ์ไป ผมคิดว่าประสิทธิภาพในทีมอาจจะลดลงไปบ้าง แต่คนอื่นๆ ยังสามารถทดแทนกันได้"
"ส่วนเรื่องความคาดหวังในการคว้าเหรียญทอง ก็รู้สึกกดดันนิดหน่อยครับ เพราะทุกคนก็คาดหวังว่าพวกเราต้องคว้าเหรียญทองมาให้ได้ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ"
"เกมรอบแรก ผมว่าเราน่าจะผ่านไปได้ครับ แต่ก็ไม่ประมาทครับ"
"การที่ผมเคยร่วมงานกับนิชิโนะมาแล้วในทีมชุดใหญ่ ทำให้เรารู้สไตล์การเล่นของเขาครับว่าเป็นอย่างไร ก็คิดว่าน่าจะสามารถแนะนำพี่ๆ เพื่อนๆ ได้ครับ"
"ก็ฝากแฟนๆ ฟุตบอลชาวไทยทุกคนให้เอาใจช่วยทีม U23 ของเราด้วยครับ เราจะทำให้ดีที่สุดครับ" สุภโชค ทิ้งท้าย
ส่วน ศุภชัย ใจเด็ด กล่าวว่า "รู้สึกดีใจครับ ที่ได้เข้ามาในทีมชุดนี้ เป็นชุดที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ถึงจะไม่ได้ร่วมเล่นด้วยกันมานานพอสมควร แต่ก็ยังมีเวลาทำความเข้าใจกับแท็คติกของโค้ช และพยายามจะช่วยทีมให้ดีที่สุด ช่วงแรกอาจจะติดขัดนิดหน่อย แต่เชื่อว่าทุกคนจะพยายามโฟกัส ถึงตรงนั้นแล้ว 90 นาทีในสนาม อะไรก็เกิดขึ้นได้"
"ปัจจัยเรื่องสนาม ก็อาจมีผลกระทบเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้าง ผมเชื่อว่า ทุกคนจะพยายามเต็มที่ครับ"
โดยโปรแกรมนัดแรก ทีมชาติไทย จะพบกับ อินโดนีเซีย ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) รีซาล เมโมเรียล สเตเดียม เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ถ่ายทอดสดทางช่อง 7