"หมอเก่ง" บอกว่า ทุกนาทีมีค่าสำหรับเขา ปกติจะเป็นคนนอน 5 ทุ่ม ตื่นตี 3 และวางระบบการทำงานประจำ, งานส่วนตัว และงานอดิเรก อย่างเป็นระบบ อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานด้วย และในวันที่ต้องเข้ามาคลุกคลีกับกีฬาฟุตบอล ต้องมีหลักคิดทั้งการบริหารจัดการนักเตะ, กองเชียร์และสปอนเซอร์ ทิ้งไม่ได้แม้แต่จังหวะเดียว ยอมรับว่า คนเชียงใหม่ค่อนข้างจะมีความคาดหวังว่า "พยัคฆ์ล้านนา สโมสรเชียงใหม่เอฟซี" จะมีโอกาสได้เลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกเฉกเช่นเดียวกับสโมสรอื่นๆ ทำให้ทางทีมบริหารสโมสรฯไม่ได้มองข้ามความหวังนี้ ได้มีการเสริมทัพนักเตะดีกรีทีมชาติ และนักเตะต่างชาติ และวางแผนการทำงานกันอย่างแข็งขัน ซึ่งแม้ว่าจะกดดัันอยู่กับคำว่า "ผลการแข่งขัน" เป็นเข็มทิศว่าจะไปต่อได้อย่างสง่างามหรือไม่
"ผมยอมรับว่าตั้งแต่ที่ได้มีโอกาสเข้ามาคลุกคลีกับเกมฟุตบอล มีความรู้สึกว่า สนุกที่ได้สัมผัสกับอีกมิติหนึ่งของเสน่ห์ฟุตบอล มากไปว่านั้นผมเชื่อว่า เสน่ห์ของกีฬา ไม่ใช่ฟุตบอล ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัว และเพื่อนไปในตัว ทุกวันนี้ทุกสนามการแข่งขันในบ้าน ผมจะมีโอกาสพาคุณพ่อ และคุณแม่ที่มีอายุมากแล้วได้เข้าไปสัมผัสกับการดูฟุตบอลในสนามอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่ายังมีอีกหลายครอบครัวชาวเชียงใหม่ ที่มีลูกหลานเป็นเยาวชนมาใช้เวลาว่างร่วมส่งแรงใจเชียร์นักเตะของ "พยัคฆ์ล้านนา" สโมสรเชียงใหม่เอฟซี นั่นหมายถึงว่า จะมีผลให้เกิดกระแสของการเล่นกีฬา เพื่อสุขภาพกันมากขึ้น หากเปรียบได้ กีฬาก็เหมือนเทรนด์แฟชั่นอย่างหนึ่ง" หมอเก่ง กล่าว
บนพื้นฐานของการทำทีมฟุตบอล เชื่อว่าทุกสโมสรหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจไม่ได้ เพราะรายรับของฟุตบอลล้วนแต่มาจากสปอนเซอร์ต่างๆ ที่มองเห็นว่า การกีฬาช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และได้โอกาสเคลื่อนไหวกับการแข่งขันทุกสนามการแข่งขัน ส่วนการตลาดจะคึกคักมากน้อยขนาดไหนก็ยังต้องขึ้นกับปัจจัยสำคัญ คือ "ผลงานดี" และเมื่อต่อยอดได้แล้ว ก็ต้องมีการพัฒนาแบบยั่งยืนได้ นั่นคือ การสร้างนักเตะที่มีคุณภาพตั้งแต่เยาวชนจนถึงมืออาชีพก็จะอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับสโมสร และเมื่อการทำทีมในอนาคต เปิดกว้างให้เยาวชนมีโอกาสก้าวสู่เวทีแบบอาชีพ ก็จะทำให้มีโอกาสป้อนของดีเข้าสู่ภาคสนามได้มากยิ่งขึ้น