เนชั่นทีวี

กีฬา

เกรท บริเตน ดาร์บี้แมตช์! "สิงโตคำราม" ปะทะ"มังกรแดง" ค่ำนี้

16 มิ.ย. 2559 | Ekkapon

เกรท บริเตน ดาร์บี้แมตช์! "สิงโตคำราม" ปะทะ"มังกรแดง" ค่ำนี้

สิงโตคำราม อังกฤษ มั่นใจว่าระบบการเล่นของตัวเองที่เสมอ หมีขาว รัสเซีย จะกลับมาได้ผลในเกมสำคัญกับ มังกรแดง เวลส์ ในเกมรอบแรกนัดที่ 2 กลุ่ม บี คืนวันนี้(16 มิ.ย.) เวลาสองทุ่มตรง


ศึกยูโร 2016 วันที่ 16 มิถุนายน เป็นเกมรอบแรกนัดที่ 2 คู่เอกเป็นการแข่งขันในกลุ่มบี สิงโตคำราม อังกฤษ จะเปิดศึก แบทเทิล ออฟ บริเทน กับ มังกรแดง เวลส์ ที่สนามสตาด โบลลาร์ เดอเลลิส เมืองล็องส์ ในเวลา 20.00 น. ซึ่งเป็นการพบกันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในรอบ 58 ปี โดยก่อนเกมนี้แม้ว่า อังกฤษ จะพลาดท่าถูก รัสเซีย ตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเจ็บของการลงสนามนัดแรก แต่ รอย ฮอดจ์สัน ยังมั่นใจว่าระบบการเล่นรวมทั้งผู้เล่นของตัวเองจะคว้าชัยชนะนัดแรกในยูโร 2016 ได้ และมองว่าเป็นเกมสำคัญอย่างยิ่งในการทำแต้มขึ้นมานำ เพราะ เวลส์ ออกตัวด้วย 3 แต้มไปแล้วจากชัยชนะเหนือ สโลวะเกีย 2-1



ฮอดจ์สัน มองว่าการจับเอา เวย์น รูนีย์ ลงไปเป็นกองกลางตัวเดินเกมร่วมกับ เดล อัลลี เป็นแท็กติกที่ทีมทำได้ดีพอสมควร เพราะสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมาย เพียงแต่แนวรุกยังไม่คมเท่านั้น ดังนั้นหากจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดแรกจะเป็นเรื่องของเกมรุกที่อาจจะส่ง เจมี วาร์ดี ลงมาแทนที่ อดัม ลัลลานา หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง แต่ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ายังเป็น แฮร์รี เคน เหมือนเดิม
ตำแหน่งอื่นๆ คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แนวรับจะเป็น คริส สมอลลิง ยืนเซ็นเตอร์แบ็กกับ แกรี เคฮิลล์ และแดนหน้าจะยังเป็น เอริก ไดเออร์, อัลลี และรูนีย์ ที่ประสานงานกันต่อไป ซึ่งผู้เล่นของอังกฤษทุกคนต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในเกมนี้ให้ได้ เพราะนอกจากจะสำคัญกับการเข้ารอบแล้ว ยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของสหราชอาณาจักร


ฝั่ง เวลส์ ของกุนซือ คริส โคลแมน น่าจะได้ เวย์น เฮนเนสซี นายทวารมือ 1 หายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้ หลังจากเกมแรกต้องใช้ดาวรุ่งอย่าง แดนนี วอร์ด ลงมาแทน ขณะที่ระบบการเล่นยังคงเป็นแบบ 5-3-2 ที่เน้นเกมรับเอาไว้ก่อน เจมส์ เชสเตอร์, แอชลีย์ วิลเลียมส์ และรีล เทย์เลอร์ จะยังเป็น 3 เซ็นเตอร์แบ็ก
แดนกลาง โจ เลดลีย์ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในเกมที่แล้ว น่าจะฟิตพอลงสนามเป็นตัวจริงในนัดนี้ และจะประสานงานกับ แอรอน แรมซีย์ และ โจ อัลเลน ขณะที่แนวรุกยังฝากความหวังเอาไว้ที่ แกเรธ เบล ซูเปอร์สตาร์ของทีม ที่น่าจะปรับคู่ขามาเป็น ฮัล ร็อบสัน คานู ที่เป็นตัวสำรองและยิงประตูได้ในเกมที่แล้ว ส่วนเรื่องของกำลังใจชาวเวลส์ได้เดินทางไปให้การหนุนหลังทีมของตัวเองร่วม 2 หมื่นคน


สำหรับสถิติที่พบกันมายาวนานของคู่นี้ พบกันมาถึง 101 นัด อังกฤษ ชนะไปได้ 64 ครั้ง เวลส์ ชนะ 14 ครั้ง และเสมอกันอีก 21 นัด โดย อังกฤษ ไม่เคยแพ้ เวลส์ มาตั้งแต่ปี 1984 และเกมสุดท้ายที่พบกันเมื่อกันยายนปี 2011 อังกฤษ ชนะหวุดหวิด 1-0
ขณะที่เกมอีกคู่ในกลุ่มบี ที่สนามสตาด เดอ ลียง ในเวลา 23.00 น. ยูเครน จะพบกับ ไอร์แลนด์เหนือ ในเกมชี้ชะตาของทั้งคู่ หลังจากที่แพ้มาแล้วในนัดแรกด้วยกันทั้งคู่ หากทีมใดแพ้อีกมีสิทธิ์ตกรอบสูง ซึ่ง มิคไฮโล โฟเมนโก กุนซือยูเครนยอมรับว่าเป็นงานหนัก
ส่วนเกมในกลุ่ม ซี ที่สนามสตาด เดอ ฟรองซ์ อินทรีเหล็ก เยอรมนี แชมป์โลก และแชมป์ 3 สมัย จะพบกับ อินทรีขาว โปแลนด์ ทีมเพื่อนบ้านและคู่ปรับจากเกมในรอบคัดเลือกในเวลา 02.00 น

ข่าวล่าสุด