ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผบช.น. ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิต ได้ควบคุมตัว นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษฎา อายุ 40 ปี ประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 90/2559 ลงวันที่ 15 ม.ค.2559 มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสำนักคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ทำธุรการทางการเงินกับกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) จำนวน 2,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวระบุว่า ทางทีมทนายความและทีมงานของนายสัมฤทธิ์ได้ออกมายืนยันข้อมูลด้วยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. เมื่อวานนี้(18 ม.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำนายสัมฤทธิ์ เสร็จสิ้นก่อนควบคุมตัวมาที่ห้องคุมขังสน.ดุสิต ต่อมาได้มีชายแปลกหน้านำอาหารมาให้ แต่ทางนายสัมฤทธิ์ไม่ได้รับประทานแต่อย่างใด
จากนั้นเวลาประมาณ 22.30 น. มีชาย 3 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.1 นำตัวนายสัมฤทธิ์ออกจากที่คุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 24.30 น. ได้มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามาจะขู่ฆ่านายสัมฤทธิ์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการฝากขังช่วงบ่าย ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ดุสิต ยืนยันว่า มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาสอบปากคำเพิ่มเติมจริง รวมถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำอาหารไปแต่ทางผู้ต้องหามีลักษณะท่าทางค่อนข้างเครียด ไม่รับทานอาหารที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดให้ แต่ก็ได้รับประธานอาหารของทางญาติ อาจเพราะมีความกังวล เนื่องจากตั้งแต่ถูกจับกุมมานอนไม่หลับมาแล้ว 3 วัน
โดยนาย ธราเทพ ยติกุลเกษม ทนายความ กล่าวว่า เบื้องต้นจะแถลงชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีความที่เกิดขึ้น และรายละเอียดของการสอบสวนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า นายสัมฤทธิ์ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ด้านพล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม ทางฝ่ายสืบสวนได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักของนายสัมฤทธิ์ ย่านสุขุมวิทแล้ว โดยทางพนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ซึ่งทางพนักงานสอบสวนต้องทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เนื่องจากคดีการฉ้อโกงเงิน สกสค. มีรายละเอียดการกู้ยืมและสั่งจ่ายเงินคืนเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ปปง. ก็ได้นำเอกสารเกี่ยวกับคดีมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนและขยายผลเพิ่มเติม ขณะนี้ทางฝ่ายผู้ต้องหาได้รวบรวมพยานหลักฐานมาให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนคำให้การเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การภาคเสธรับบางส่วนไม่รับบางส่วน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลฝากขังทันในช่วงบ่ายต่อไปเมื่อถามกรณีที่ทางทนายความและทีมงานของนายสัมฤทธิ์ให้ข้อมูลว่า ถูกข่มขู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวที่สน.ดุสิต เมื่อวานที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า หากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจริงก็ให้ทางทนายความสามารถให้การเพิ่มเติมได้ โดยพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำไว้หากมีการข่มขู่ผู้ต้องหาจริง ก็จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนที่จะมีการทำร้ายร่างกายที่คุมขังภายในเรือนจำนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลเป็นอย่างดี
ต่อมาเวลา 11.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. เดินทางมาที่บช.น. เพื่อทำการตรวจสอบพยานหลักฐานและสอบปากคำนายสัมฤทธิ์ ด้วยตนเองอีกครั้ง หลังจากที่เดินทางมาควบคุมเจ้าหน้า ปปง. เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงิน จำนวน 2,100 ล้านบาท เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา
จากนั้น เวลา 12.30 น. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นการสอบปากคำเพิ่มเติมเพียงในส่วนของเส้นทางการเงินเท่านั้น ซึ่งนายสัมฤทธิ์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนนายสัมฤทธิ์จะรับสารภาพตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการ
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ในส่วนของ ปปง. ได้มีการยึดทรัพย์ของนายสัมฤทธิ์ มาแล้วจำนวนกว่า 800 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกรณีดังกล่างตามที่เคยแถลงข่าวไปแล้ว เมื่อถามว่ามีการนำเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ไปซื้อสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจหรือใช้อย่างไรนั้น รวมถึงมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าจะแถลงรายละเอียดให้ทราบต่อไป
ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผบช.น. พร้อมด้วย คณะพนักงานสอบสวนบก.น.1 ควบคุมตัวนายสัมฤทธิ์ ไปส่งฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา โดยทางพนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ ทางทนายความจะให้สัมภาษณ์รายละเอียดที่ศาลอาญาต่อไป