ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ลูกา นิโกลา ตัวแทน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้เดินทางเพื่อพูดคุยกับ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิปฯ จากนั้น ลูกา นิโกลา ได้เดินทางต่อไปยังตึกการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ หรือ กกท. เพื่อพูดคุยกับ เสธ.โต พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดย ฟีฟ่า และตัวแทนสโมสรสมาชิกในศึกดิวิชั่น 2 จำนวน 38 ทีม
หลังการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายเสร็จสิ้น เสธ.โต ได้มีแถลงการณ์กับสื่อมวลชนว่า ฟีฟ่า และเอเอฟซี ได้เดินทางมาตามคำเชิญของคณะกรรมการกลาง เพื่อมาสังเกตการณ์การเลือก 30 เสียงดิวิชั่น 2 ที่กำหนดไว้วันที่ 7 มกราคม แต่มาทราบภายหลังว่ามีการเลื่อนออกไป ทว่า ฟีฟ่า ก็ยังเดินทางมาเพื่อร่วมแก้ปัญหาและให้ความชัดเจนกับอำนาจของคณะกรรมการกลาง ที่ได้รับจาก ฟีฟ่า
คณะกรรมการกลาง ได้รับการชี้แจงจากตัวแทน ฟีฟ่า และเอเอฟซี ว่าประธานคณะกรรมการกลางดำรงตำแหน่งเทียบเท่านายกสมาคมฟุตบอลฯ ตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอลฯ 2558 ข้อ 35 และสามารถแต่งตั้งหรือเพิกถอนเลขาธิการสมาคมฯ หากขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการกลาง นอกจากนั้นคณะกรรมการกลางมีอำนาจทุกอย่างโดยที่ต่อไปนี้ไม่ต้องขอความเห็นจาก ฟีฟ่า หรือ เอเอฟซี อีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการกลางเป็นไปตามกำหนด ทาง ฟีฟ่า และเอเอฟซี ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งอนุญาตให้คณะกรรมการกลางเลื่อนกำหนดการใดๆ อีก และหากไม่ดำเนินการการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ตัวแทน ฟีฟ่า และเอเอฟซี ไม่สามารถบอกได้ว่าผลการพิจารณาจากคณะกรรมการฉุกเฉินของ ฟีฟ่า จะออกมาเป็นอย่างไร
เสธ.โต กล่าวต่อว่าคณะกรรมการกลางได้หารือกับ ไตรภาคี ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนจากฟีฟ่าและเอเอฟซี, ตัวแทนจาก กกท. และคณะกรรมการกลาง มีมติ 3 ข้อ ดังนี้ 1.คณะกรรมการกลางจะจัดส่งเอกสารต่างๆ ไปยังสมาชิกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เอง 2.กำหนดการรับสมัครสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คือวันที่ 8 และ 11 มกราคม ณ ตึก กกท. เวลา 9.00 น. - 17.00 น. และ 3.เห็นชอบให้วันที่ 22 มกราคม เป็นกำหนดวันเลือกตั้ง 30 เสียงจากดิวิชั่น 2 ณ ตึก กกท. เวลา 13.00 น.
คณะกรรมการกลาง จะจัดการเลือกตั้ง 30 เสียงของดิวิชั่น 2 ในวันที่ 22 มกราคม โดยเวลา 13.00 น. จะเริ่มลงทะเบียนจนถึง 14.45 น. ก่อนจะเริ่มการเลือกตั้ง ซึ่งขั้นตอนจะเหมือนเดิมคือโหวตลับหรือเข้าคูหา โดย 1 ทีม สามารถเลือกได้ 5 สโมสร หากมีสโมสรไหนคะแนนเท่ากัน จะทำการเลือกใหม่อีกครั้ง หากยังเท่ากันอีกจะใช้วิธีจับฉลาก ซึ่งหลังจากได้ 30 เสียงของดิวิชั่น 2 แล้ว ก็จะประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมนำไปรวมกับ 42 เสียงจากโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น 1 และถ้วยพระราชทาน ข, ค, ง รวมเป็น 72 เสียง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ต่อไป