เนชั่นทีวี

กีฬา

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชูนโยบายFair

02 ธ.ค. 2558 | lastman

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชูนโยบายFair

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ โดยให้สาเหตุเพราะว่าการทำหน้าที่ผู้ตัดสินศึกฟุตบอลลีกดิวิชั่น2 ภูมิภาค ระหว่างสตูล ยูไนเต็ด กับขอนแก่น ยูไนเต็ด รวมถึงเหตุวุ่นวายของแฟนบอลสตูลที่เข้ามารุมทำร้ายผู้ตัดสินนัดดังกล่าว จนทำให้มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสตูล


เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงเปิดตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อย่างเป็นทางการ
"ผมตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ในทุกๆ ด้าน และสนับสนุนให้องค์กรทุกองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับฟุตบอล และการแข่งขันฟุตบอล มีการพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน แฟนฟุตบอลชาวไทยทั้งประเทศ และทุกระดับการแข่งขัน"
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงนโยบายการบริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะนำเสนอต่อสมาชิก ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะใช้คำว่า "Fair" เป็นหัวใจของการทำงาน และมั่นใจว่าหากทุกองค์กรสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯ ยึดมั่นคำว่า "Fair" เป็นหลักในการทำงาน ฟุตบอลไทยจะก้าวไปไกลถึงเป้าหมายตามที่แฟนฟุตบอลชาวไทยปรารถนา

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชูนโยบายFair



นโยบายประการที่ 1 คือ ต้อง Fair กับการบริหารสมาคมฯ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมกับการพิจารณาตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องและเป็นสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเอง การบริหารงานของสมาคมฟุตบอลฯ ต้องมีความโปร่งใส และเป็นธรรม กับสมาชิกของสมาคมทุกๆ ท่าน ข้อบังคับสมาคมฯ ข้อใด ที่ทำให้สมาชิกเสียสิทธิที่พึงได้รับ จะต้องได้รับการแก้ไข เพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส และเป็นธรรม
นโยบายประการที่ 2 คือ ทุกเกมการแข่งขัน ต้อง Fair Play หัวใจหลักคือ ปฏิรูปองค์กรผู้ตัดสิน ให้เป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง ที่จะต้องได้รับความเชื่อถือ ศรัทธา พัฒนาศักยภาพผู้ตัดสิน และเสริมสร้างจริยธรรมวิชาชีพผู้ตัดสิน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างรายได้ของผู้ตัดสิน ให้ผู้ตัดสินอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเกียรติยศ
นโยบายประการที่ 3 คือ ต้อง Fair กับการแบ่งปัน จัดสรรสิทธิประโยชน์ อย่างเป็นธรรม ปฏิรูประบบและโครงสร้างสิทธิประโยชน์ของสมาคมฟุตบอลฯ ใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้สมาชิกทุกๆ ท่าน ที่ส่งทีมเข้าแข่งขัน มีรายได้เพียงพอต่อการทำทีม อย่างมีศักดิ์ศรี รวมไปถึงการดูแลนักกีฬาทุกคนที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมฟุตบอลฯ จะต้องได้รับการดูแลด้านรายได้และสวัสดิการขั้นพื้นฐาน อย่างเป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
นโยบายประการที่ 4 คือ ต้อง Fair กับการส่งเสริมทุกชนิดกีฬาที่เป็นหน้าที่ของสมาคมฟุตบอล เช่น ฟุตซอล เราเคยเป็นแชมป์เอเซีย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง สร้างนักฟุตซอลรุ่นใหม่ขึ้นมา ทุกรุ่นอายุ และต้องมีลีกอาชีพ เช่นเดียวกับ ไทยพรีเมียร์ลีก ฟุตบอลหญิง เราไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ถึงเวลาแล้วที่ต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างจริงจัง และต้องมีลีกอาชีพ เพื่อสร้างนักกีฬาขึ้นมารับใช้ชาติมากขึ้น แม้แต่ฟุตบอลเอง ก็ต้อง Fair กับนักฟุตบอลทุกรุ่นอายุ ไม่ใช่เน้นแต่ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ หรือ ทีมชาติไทย ชุดโอลิมปิก เท่านั้น ชุด U15 U17 U19 U21 ต้องได้รับการพัฒนาและดูแลเอาใจใส่อย่างเท่าเทียมกัน และจะสนับสนุนให้มีลีกอาชีพ สำหรับ นักฟุตบอลอายุไม่เกิน 21 ปี ด้วย
นโยบายประการที่ 5 คือ ต้องสร้าง Academy ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างนักฟุตบอลทีมชาติไทย ทุกรุ่นอายุ โดยจัดทำเป็นโครงการความร่วมมือของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย สโมสรฟุตบอลที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ และ ภาคเอกชนที่จะเข้ามาสนับสนุน ทั้งในประเทศ และการต่อยอดในต่างประเทศ ซึ่งในประเทศได้เชิญคุณวิทยา เลาหกุล หรือ โค้ชเฮง ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของวงการฟุตบอลไทย มารับหน้าที่นี้ ในฐานะประธานพัฒนาเทคนิคของสมาคมฟุตบอลไทย และในต่างประเทศ ได้ประสานกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไว้แล้ว และสโมสรเลสเตอร์ ซิติ้ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกๆ ด้าน

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชูนโยบายFair



พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่านโยบายทั้ง 5 ประการข้างต้นนี้ เป็นเพียงกรอบนโยบายภายใต้คำว่า Fair ที่จะนำเสนอต่อสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงคะแนนในการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 จะมีแผนงานและโครงการต่างๆ มานำเสนอให้พิจารณา ในเร็วๆ นี้
"ผมเชื่อมั่นว่าด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา และการสนับสนุน ความร่วมมือของพี่น้องเพื่อนฝูงทุกๆ วงการที่ผมมีอยู่ ทั้งในแวดวงกีฬา สื่อมวลชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ จะทำให้ความตั้งใจของผม ที่จะเข้ามาทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และฟุตบอลไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จได้"
สำหรับทีมงานผู้บริหารสมาคมฯ ที่จะเข้ามาทำงานด้วยกันนั้น ได้ทาบทามไว้ทั้งหมดแล้ว และจะมีการเปิดตัวให้สมาชิกของสมาคม สื่อมวลชน และแฟนฟุตบอลชาวไทย ได้ทราบต่อไป ซึ่งทีมงานชุดนี้ทุกคน จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อสร้างศรัทธาและการยอมรับจากแฟนฟุตบอลชาวไทย และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เป็นสำคัญ
"ถ้าถามว่ามั่นใจแค่ไหน ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ต้องตอบว่า มั่นใจ และการแถลงครั้งนี้ ก็เป็นเพราะสมาชิกของสมาคมฯ จำนวนมากที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการการพัฒนา และสนับสนุนให้ผมเข้ามาทำงานนี้ เรียกร้องให้ผมแสดงความชัดเจน เพื่อที่เขาจะได้ตัดสินใจว่าจะร่วมมือกับผม เพื่อเปลี่ยนแปลงฟุตบอลไทย ให้ดีขึ้น เพื่อความ Fair ทุกๆ ด้าน สำหรับทุกๆ คน" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ชูนโยบายFair



สำหรับกฎกติกาการเลือกตั้ง นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่าขอไม่แสดงความคิดเห็น เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกลางที่ฟีฟ่าตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่ากฎกติกาจะออกมาอย่างไร ก็พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง เพียงแต่ขอให้เป็นกฎกติกาที่ Fair กับ ผู้สมัคร และ สมาชิกทุกๆ คน และให้ฟีฟ่ายอมรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพื่อที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะสามารถทำงานได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเกียรติยศ ในฐานะตัวแทนของทุกๆ คนในวงการฟุตบอลของประเทศไทย ที่สำคัญคือ อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วย การเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ยิ่งต้องดำเนินการให้ได้รับการยอมรับ และเป็นที่เชื่อถือ ศรัทธา เป็นลำดับแรก ก่อนคิดจะทำงานอื่นๆ ต่อไป

ข่าวล่าสุด