ทีมชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ เปาโล เบนโต ใส่ใจในเรื่องเกมรับมากสักหน่อย แม้ว่านักเตะตัวหลักๆในทีมจะเป็นชุดเดียวกับเมื่อ 4 ปีที่แล้วรวมทั้งในศึกยูโร 2012 ก็ตาม ผลของการเปลี่ยนแปลงทำให้ในเกมรอบคัดเลือกดํจะมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะทำได้แค่เสมอกับทีมอย่าง ไอร์แลนด์เหนือ กับ อิสราเอล ถึงทีมละ 2 นัด ทำให้ รัสเซีย เข้าป้ายเป็นแชมป์กลุ่ม แต่ตัวเองต้องไปเล่นเพลย์ออฟอีกครั้ง ดีที่ยังได้แฮตทริกของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ในเกมตัดสินกับ สวีเดน ทำให้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกด้วยการเพลย์ออฟ เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แน่นอนว่า "ซีอาร์ เซเว่น" คริสเตียโน โรนัลโด้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม แม้จะมีข่าวไม่ดีเรื่องความฟิต แต่เมื่อถึงเกมที่ต้องลงสนามจริงเชื่อว่า โรนัลโด้ จะพร้อมเสมอ และจะลงมาประสานงานเกมรุกร่วมกับ เฮลเดอร์ ปอสติกา และ นานี ขณะที่แดนกลางน่าจะเป็นจุดแข็งของทีมอีกจุด ผู้เล่นอย่าง เจา มูตินโญ, ราอูล เมยเรเลส และ มิเกล เวโรโซ เล่นกันมานานรู้ใจกันเป็นอย่างดี แถมยังมี วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ ดาวรุ่งจากสปอร์ติง ลิสบอน เข้ามาเสริมอีกคน ส่วนแนวรับ บรูโน อัลเวส กับ เปเป้ เป็นพวกประสบการณ์สูงอยู่แล้ว การอยู่ในกลุ่ม จี ร่วมกับ เยอรมนี, กาน่า, สหรัฐ คงมีเพียงแค่ทีมอินทรีเหล็กเพียงทีมเดียวที่เป็นกระดูกชิ้นโตของ โปรตุเกส ในรอบแรก ที่ผ่านมาสถิติเป็นรองเยอะ เคยชนะแค่ 3 นัด แพ้ถึง 9 นัด และเสมอกันอีก 5 นัด เกมล่าสุดเพิ่งพบกันในยูโร 2012 ที่ลาวีฟ เยอรมนี ชนะไป 1-0 ขณะที่กับ สหรัฐ ผลัดกันชนะมาทีมละ 2 นัด และเสมออีก 1 นัด เคยพบกันในฟุตบอลโลก 2002 ที่ซูวอน สหรัฐ ชนะไป 3-2 ส่วนกับ กาน่า ยังไม่เคยพบกันมาก่อน การที่ โปรตุเกส ไปเล่นที่บราซิล น่าจะได้รับการสนับสนุนจากชาวบราซิลไม่น้อย เพราะพูดภาษาเดียวกัน ทำให้จะได้เปรียบทีมจากยุโรปทีมอื่นๆอยู่บ้าง และผลงานในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ระยะหลังก็ทำได้ดี ล่าสุดในยูโร 2012 แพ้ สเปน ในรอบรองชนะเลิศเพียงแค่การดวลจุดโทษ เมื่อ โปรตุเกส ชุดนี้ยังมียอดนักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ อยู่ เรื่องความคาดหวังในฟุตบอลโลกสามารถคาดหวังได้ถึงแชมป์เช่นกัน