นพ.สรณ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องคลื่น 3500 MHz ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะผู้ประกอบการโทรทัศน์ที่ยังใช้โครงข่ายดังกล่าวในการให้บริการ รวมถึงประชาชนที่ยังรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบปัจจุบัน
“ผมไม่อยากให้จำนวนผู้รับชมลดลง หรือทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ยากขึ้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ควรมีทางเลือกหรือระบบทดแทนที่เหมาะสมรองรับก่อน” นพ.สรณ กล่าว
ประธาน กสทช. ระบุว่า ปัจจุบันคลื่นสำหรับกิจการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ยังอยู่ในระดับที่รองรับการให้บริการได้ จึงยังไม่มีเหตุผลเร่งด่วนที่จะต้องนำคลื่น 3500 MHz กลับมาใช้ในทันที
นอกจากนี้ ยังย้ำว่า การดำเนินนโยบายใด ๆ ในอนาคตจะต้องไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นภาระด้านต้นทุน ภาระด้านเทคนิค หรือภาระในการปรับเปลี่ยนระบบการให้บริการ
“เราจะไม่เอาสิ่งที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจออกไปจากผู้ประกอบการ หากยังไม่มีสิ่งที่ดีกว่าหรือเหมาะสมกว่ามารองรับ” ประธาน กสทช. กล่าว
นพ.สรณ ย้ำว่า กสทช. พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน โดยยึดหลัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประเทศโดยรวม