โดยที่ผ่านมาทางกรมฯ ยังได้ดำเนินมาตรการอื่น ๆ ควบคู่กันเพิ่มเติม ทั้งการจัดทำแนวกันไฟในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่อลดความรุนแรงของไฟป่า หรือการเคลื่อนย้ายกำลังพลไปแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่เกิดเหตุก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงขอความร่วมมือจากเครือข่ายชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่า ในการเข้ามาช่วยดูแลป้องกันไฟป่า และดับไฟในกรณีที่เหตุไฟป่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งทางกรมฯ จะสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือค่าปฏิบัติการพื้นที่ละ 50,000 บาท ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถควบคุมการเกิดจุดความร้อน ( Hot Spot ) ได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญปีนี้ทางกรมฯ ประสบความสำเร็จในการได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนและสังคม ในการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาร่วมกันระดับจังหวัด รวมถึงการจัดทำ War Room ในระดับพื้นที่ และ War Room ใหญ่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้ทำพิธีเปิดเพื่อดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยในเรื่องเสบียง อุปกรณ์จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า หรือบางรายมาช่วยเหลือในเรื่องของกระบวนการเชื้อเพลิง เช่น เอสซีจี ที่มีรับซื้อวัสดุเชื้อเพลิงต่างๆ ทั้งเศษไม้ ใบไม้ พืชผลทางการเกษตรที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปอัดแท่ง และนำเข้าไปใช้ยังโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นการเสริมรายได้ให้ประชาชน รวมถึง ยังสนับสนุนการปลูกพืชผสมผสาน แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนตลอดทั้งปี
อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงประชาชนที่ทำเกษตร หรือทำอาชีพในพื้นที่ป่า ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง อยากให้ช่วยกันระวัง ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าจุดไฟ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่า เพราะหากเกิดเหตุแล้วความสูญเสียจะประมาณค่าไม่ได้ แต่หากจำเป็นต้องจุดก็อยากให้แจ้งกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านก่อน หากผ่านการพิจารณาแล้วจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงถึงวิธีการจุดที่ถูกต้อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้เกิดการลุกลาม และหากพบเห็นเหตุลักลอบเผาป่า จุดไฟล่าสัตว์ ก็สามารถแจ้งผ่านสายด่วนหมายเลข 1362 ได้ทันที