"เดอะ ฟอเรสเทียส์ " ต้นแบบโปรเจ็กต์กู้โลก
ภายใต้การกวาดรางวัลและคำชื่นชมยกย่องในหลายมิติของโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ผู้บริโภคยุคใหม่ ตอบสนองในแง่ยอดขายอย่างน่าแปลกใจ จนขึ้นแท่นเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขายดีในยุคโควิด-19 ชื่อของศูนย์วิจัย “RISC by MQDC" หรือ “ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ถูกเอ่ยถึงหลายต่อหลายครั้ง ในแง่ที่เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังอภิมหาโปรเจ็กต์นี้
โดยเฉพาะการเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำมาใช้ได้จริง และนับจากนี้จะเป็นหน่วยงานสำคัญในการเดินหน้าพันธกิจ Nature Positive & Carbon Negative 2050 ของ MQDC อีกด้วย
คีย์แมนสำคัญ รศ. ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา RISC by MQDC ระบุว่า “วันนี้คำว่า Net Zero Carbon ถูกมองเป็นเรื่องยากและท้าทายกับภาคธุรกิจ เช่นเดียวความท้าทายครั้งสำคัญของ MQDC ที่กำลังตั้งเป้าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนลงสู่ระดับสุทธิเป็นลบ (Carbon negative) ในปี 2050 โดยจะนำการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) มาใช้ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร
"โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ จึงเป็นแบบอย่างระดับประเทศ ตั้งแต่การลดการใช้พลังงาน การผลิตพลังงานสะอาดติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าให้กับโครงการ การออกแบบและใช้วัสดุก่อสร้างที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างระบบนิเวศและพื้นที่สีเขียวให้สิ่งมีชีวิตนานาชนิดและผู้คนได้ใช้ประโยชน์ และระบบท่อส่งน้ำดื่มไปถึงห้องพัก เพื่อลดขยะพลาสติก"
อาคาร คือ ธนาคารรับฝากวัสดุ
ในขณะที่ กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่เป้าหมายใหญ่ Nature Positive & Carbon Negative 2050 ถูกกำหนดเป็นแผนงานระยะสั้น กลางและยาว ไปจนถึงปี 2050 แกนหลักจะเน้นกระบวนการออกแบบสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ปรับมุมมองว่าอาคารเป็นเสมือนธนาคารรับฝากวัสดุก่อสร้างประเภทต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมีการใช้งานเสร็จแล้วก็สามารถถอดเอาวัสดุบางส่วนไปประกอบขึ้นเป็นอาคารใหม่ได้ ทดแทนแนวคิดเดิมที่หากอาคารไม่เป็นที่ต้องการแล้วต้องมีการทุบทำลายก่อให้เกิดขยะปริมาณมหาศาล
"เรามีการลงทุนมากถึง 6 พันล้านบาท สำหรับศูนย์วิจัย แต่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะไม่เพียงแค่เป็นประโยชน์ต่อโครงการของ MQDC เท่านั้น แต่จะเป็นทางออกของมวลมนุษยชาติ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชน เข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปต่อยอด "
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ MQDC ทิ้งท้ายไว้ อาจเป็นอนาคตที่เราอยากเห็นมากที่สุด โดย นายวิสิษฐ์ กล่าวว่า “การยกระดับวงการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในหลายมิติ ของ 'เดอะ ฟอเรสเทียส์' ต้องการปลุกให้ทุกส่วนตระหนักและเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายใต้ เป้าหมายของไทยที่ต้องการลดการปล่อยเรือนกระจกลงให้ได้ 30% ภายในปี 2030 หรือ ภารกิจเป็น Net Zero ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2065 อีกส่วนยังเห็นว่า การสร้างความสมดุลระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตลอดทั้งชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็น 1 ในจิกซอว์สำคัญ ของเทรนด์การทำธุรกิจยุคใหม่ ที่จะสร้างคุณค่ากลับมาเป็นความยั่งยืนทางด้านรายได้ในอนาคตเช่นกัน