ขณะที่การบริหารจัดการทรัพย์สิน ได้นำที่ดินใน Land Bank รวมถึงทรัพย์สินรอการพัฒนา (Sunk Cost) มาวางแผนสร้างรายได้ภายใต้แผนวิสาหกิจปี 2569–2575 ทั้งในรูปแบบโครงการเร่งด่วน และการให้เช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของทรัพย์สิน พร้อมกันนี้ การเคหะแห่งชาติยังเปิดความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาที่ดินและโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อร่วมลงทุนและต่อยอดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างรายได้กลับคืนสู่ระบบ นอกจากนี้ ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อเดือน ตลอดปี 2569 และแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ที่ลดราคาสูงสุด 20% มัดจำเริ่มต้น 1,000 บาท และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ครอบคลุมกว่า 60 โครงการทั่วประเทศรวมถึงการพัฒนาโครงการรองรับสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่บางละมุง จำนวน 1,696 หน่วย และร่มเกล้า จำนวน 1,000 หน่วย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีรายได้ มีความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน