เนชั่นทีวี

ข่าว

โครงการหลวง จับมือ ปตท. และ โออาร์ พัฒนา “โครงการหลวงเลอตอ” ปลูกกาแฟคุณภาพ สร้างชุมชนเข้มแข็ง

07 ก.ค. 2564 | bhamstar1

โครงการหลวง จับมือ ปตท. และ โออาร์ พัฒนา “โครงการหลวงเลอตอ” ปลูกกาแฟคุณภาพ สร้างชุมชนเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมามีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงกับ กลุ่ม ปตท. โดยมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธาน พร้อมกับพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ร่วมลงนามในโครงการวิจัยและพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสานต่อการดำเนินงานพัฒนาการปลูกกาแฟอะราบิกา ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ นำเอาความสำเร็จขยายผลไปสู่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ทั้งการพัฒนาระบบการปลูก พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแหล่งต้นน้ำของประเทศ 

 

นายอรรถพล เปิดเผยว่า การพัฒนา “โครงการหลวงเลอตอ” ปตท. กำหนดแนวทางหลักไว้ 2 ด้านได้แก่

 

1. การพัฒนาชุมชน ด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจ พัฒนาทักษะอาชีพ เน้นกระบวนการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วม เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดย ปตท. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เพื่อสร้างการเชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่  ร่วมด้วยโออาร์ จะสานต่อความร่วมมือ เพื่อพัฒนาความรู้เกษตรกรชาวเขา ควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อมจากการผลิตกาแฟให้มีประสิทธิภาพ ตลอดทั้งกระบวนการ ตามมาตรฐานสากล พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ คาเฟ่ อเมซอน ควบคู่กับการบริหารและจัดการของเหลือใช้จากกระบวนการผลิต อีกทั้งมีแผนจะนำเมล็ดกาแฟและผลิตผลอื่น ๆ ไปพัฒนาแปรรูปที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของกาแฟ (Single Origin) เพื่อสร้างให้ชุมชนเป็นที่รู้จัก และเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของชุมชน

 

 

2. การสร้างความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ในด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. มีแผนในการฟื้นฟูป่า จำนวน 200 ไร่ ควบคู่กับการสร้างรายได้ร่วมกับชุมชน ปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นการปลูกไม้ป่าที่เป็นไม้พื้นถิ่น ควบคู่กับไม้ผลเศรษฐกิจ และไม้พื้นล่างเพื่อเพิ่มรายได้ระยะสั้น ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ ในบริเวณพื้นที่สำนักงาน จำนวน 30 ไร่ สำหรับเป็นพื้นที่สาธิตในการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน สร้างความยั่งยืนด้านรายได้ ดูแลสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างสมดุล

 

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว สู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด