เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ปาฏิหาริย์ 491 วันในนรก! ทหารยูเครนหั่นเท้าตัวเองทิ้ง ก่อนถูก "โดรนยักษ์" หิ้วร่างหนีความตาย

22 ต.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

STORY : ปาฏิหาริย์ 491 วันในนรก! ทหารยูเครนหั่นเท้าตัวเองทิ้ง ก่อนถูก "โดรนยักษ์" หิ้วร่างหนีความตาย

นี่ไม่ใช่บทภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่คือเรื่องจริงที่โหดร้ายและบีบคั้นหัวใจที่สุดในสมรภูมิยูเครน! ทหารนายหนึ่งต้องติดแหง็กอยู่ในวงล้อมของรัสเซียนานถึง 491 วัน เขาต้องทนความเจ็บปวดสุดขีดด้วยการ "ใช้มีดตัดเท้าตัวเองทิ้ง" เพื่อแลกกับลมหายใจ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการได้รับการช่วยเหลือทางอากาศจาก "โดรนลำเลียงพล" เป็นครั้งแรกของโลก!

"Oboronka" เว็บไซต์ข่าวสารด้านการทหาร เทคโนโลยีโดรน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครน ได้เปิดเผยเรื่องราวการเอาชีวิตรอดที่เหลือเชื่อของ คอสเตียนติน วลาเซนโก (Kostiantyn Vlasenko) อาสาสมัครจากเมืองครีวีรีห์ (Kryvyi Rih) ซึ่งประจำการอยู่ในกองพลยานเกราะที่ 30 (30th Mechanized Brigade)

 

วลาเซนโกได้รับมอบหมายให้ปักหลักป้องกันพื้นที่ที่เรียกว่า "แวร์ตุน" (Vertun) ซึ่งเป็นที่กำบังที่ดัดแปลงมาจากท่อระบายน้ำคอนกรีตสำหรับทหารสองนาย

 

แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วม ทำให้พวกเขาต้องย้ายไปยังอาคารร้าง ระหว่างการเคลื่อนย้าย เพื่อนทหารของเขาถูกสังหารจากการโจมตีของรัสเซีย ทำให้วลาเซนโกต้องถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในพื้นที่แนวรบ ท่ามกลางวงล้อมอันตรายของทหารรัสเซีย... และที่ตลกร้ายคือ วันที่เขาต้องเผชิญชะตากรรมโดดเดี่ยวนั้นคือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 50 ปีของเขาพอดี

🔵 [วงล้อมจิตวิทยา และการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุด] 

กองกำลังรัสเซียทราบตำแหน่งกบดานของเขาเป็นอย่างดี และพยายามใช้สงครามจิตวิทยาเกลี้ยกล่อมให้เขายอมจำนน ถึงขั้นทิ้งเครื่องขยายเสียงลงมาพร้อมข้อความเสียงที่บันทึกไว้ว่า "ไม่มีใครจะมาช่วยหรอก ถ้ายอมแพ้จะมีโดรนสีขาวมารับตัวกลับบ้าน" แต่ทหารเดนตายผู้นี้ปฏิเสธเด็ดขาด และยังคงวิทยุติดต่อกับผู้บังคับบัญชาเพื่อรอความหวัง

 

จุดที่วลาเซนโกหลบซ่อนตัว เป็นพื้นที่อันตรายที่ยากจะส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเท้าของเขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักทั้งสองข้างจนไม่สามารถเดินออกจากพื้นที่ได้ด้วยตัวเอง ความโหดร้ายมาเยือนเมื่อเท้าข้างซ้ายของเขาหลุดออกไปก่อนเนื่องจากเนื้อเยื่อตาย

 

ส่วนเท้าข้างขวา... เขาต้องเผชิญกับวินาทีบีบคั้นหัวใจ ด้วยการ "ใช้มีดตัดมันออกด้วยตัวเอง" เขาเล่าถึงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นว่า "น้ำตาไหลพราก ผมจำต้องตัดมันทิ้ง ผมก็เลยตัดมันออกไป" เขาบอกว่านั่นคือช่วงเวลาที่เจ็บปวดแสนสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น หากต้องการมีชีวิตรอด

🔵 [491 วันแห่งความโดดเดี่ยว และ "ผีเสื้อ" ที่ปลายเท้า] 

แม้จะอยู่ในสภาพพิการ วลาเซนโกก็ยังคงประคองสติและชีวิตให้อยู่รอด เขาได้รับอาหารและสิ่งของจำเป็นจากการหย่อนของ "โดรน" เป็นระยะ ขณะที่กองทัพพยายามหาวิธีนำตัวเขาออกมาอย่างปลอดภัย แม้ในยามวิกฤต เขายังมีอารมณ์ขันพูดติดตลกกับผู้บังคับบัญชาว่า ตอนนี้เขาไม่มีปัญหา "เท้าแบน" อีกต่อไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าไซส์ 44 อีกแล้ว

 

ตลอด 491 วันในนรก ความคิดถึงภรรยาและ "คริสตินา" ลูกสาว คือแสงสว่างเดียวที่ช่วยให้เขาอดทน ภรรยาของเขายังส่งหนังสือนวนิยายระทึกขวัญเรื่อง "The Outsider" ของ "สตีเฟน คิง" มาให้อ่านแก้เหงาระหว่างติดอยู่ในนั้น

 

ในอีกแง่มุมหนึ่งที่งดงามท่ามกลางความสยดสยอง วลาเซนโกเล่าว่า เขาคลานกลับไปยังจุดที่เท้าซึ่งถูกตัดขาดวางอยู่ และพบ "ผีเสื้อสีส้มสลับดำ" บินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ "ผมคิดในใจว่า พระเจ้า... แม้แต่ผีเสื้อก็ยังปรากฏตัวออกมาจากขาของผม"

 

🔵 [ปฏิบัติการประวัติศาสตร์: ส่ง "โดรนยักษ์" หิ้วร่างพ้นนรก] 

การช่วยเหลือวลาเซนโกเป็นโจทย์ที่ยากระดับหิน เพราะเส้นทางภาคพื้นดินเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด แม่น้ำขวางกั้น และโดรนสอดแนมของศัตรู ความพยายามส่งหุ่นยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับเข้าไปก่อนหน้านี้ ก็ถูกโจมตีทำลายจนไม่ประสบความสำเร็จ

 

ท้ายที่สุด ทีมกู้ภัยต้องงัดไม้ตาย ด้วยการประสานงานใช้โดรนขนาดใหญ่ Heavy Shot Ayudag-6 ที่ดัดแปลงให้สามารถบรรทุกสัมภาระและยกคนได้!

 

โดรนรุ่นนี้พัฒนาโดย Gurzuf Defense (บริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติยูเครน) มีน้ำหนักประมาณ 98 กิโลกรัม บรรทุกน้ำหนักได้ 70-90 กิโลกรัม ระยะบินสูงสุด 25 กิโลเมตร และปฏิบัติการที่ระดับความสูง 150-300 เมตร (ตามรายงานของนสพ. Pravda)

 

ปฏิบัติการชิงตัวประกันบนอากาศเริ่มขึ้น ทีมกู้ภัยได้หย่อนอุปกรณ์พิเศษที่มีสายรัดนิรภัยลงไปให้วลาเซนโก ซึ่งเขาทำตามคำแนะนำที่ซักซ้อมไว้ล่วงหน้า ก่อนยึดตัวเองเข้ากับอุปกรณ์ยก และถูกหิ้วร่างลอยขึ้นจากพื้นที่อันตรายได้สำเร็จ ภายใต้การควบคุมจากระยะไกลของเพื่อนร่วมรบ

 

ระหว่างทางมีโดรนลำอื่นบินคุ้มกันเพื่อสนับสนุนภารกิจ ซึ่งมีรายงานสุดระทึกว่า "โดรนลำหนึ่งถูกฝ่ายตรงข้ามยิงตก" ก่อนที่โดรนยักษ์จะพาวลาเซนโกไปถึงจุดปลอดภัยที่มีทหารแพทย์รอรับตัวส่งโรงพยาบาล รวมเบ็ดเสร็จปฏิบัติการนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 14 นาที 36 วินาที ครอบคลุมระยะทาง 62 กิโลเมตร!

 

"นาปาล์ม" (Napalm) โปรแกรมเมอร์จากกองพลน้อยที่ 92 ที่ร่วมเตรียมการระบุว่า "นี่เป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อนอย่างยิ่งแต่ประสบความสำเร็จ เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์"

 

อย่างไรก็ตาม ปาฟโล เฟลด์เบลียม (Pavlo Feldblium) ผู้ร่วมก่อตั้ง Gurzuf Defense ได้เตือนว่า ไม่ควรใช้การลำเลียงทหารที่บาดเจ็บทางอากาศเป็นปฏิบัติการปกติประจำวัน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่ผู้บาดเจ็บต้องเผชิญระหว่างถูกห้อยต่องแต่งกลางอากาศ เขาเน้นย้ำว่าภารกิจลักษณะนี้ควรได้รับการวางแผนเป็นกรณีๆ ไป โดยพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น

ข่าวล่าสุด