🔵 [491 วันแห่งความโดดเดี่ยว และ "ผีเสื้อ" ที่ปลายเท้า]
แม้จะอยู่ในสภาพพิการ วลาเซนโกก็ยังคงประคองสติและชีวิตให้อยู่รอด เขาได้รับอาหารและสิ่งของจำเป็นจากการหย่อนของ "โดรน" เป็นระยะ ขณะที่กองทัพพยายามหาวิธีนำตัวเขาออกมาอย่างปลอดภัย แม้ในยามวิกฤต เขายังมีอารมณ์ขันพูดติดตลกกับผู้บังคับบัญชาว่า ตอนนี้เขาไม่มีปัญหา "เท้าแบน" อีกต่อไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าไซส์ 44 อีกแล้ว
ตลอด 491 วันในนรก ความคิดถึงภรรยาและ "คริสตินา" ลูกสาว คือแสงสว่างเดียวที่ช่วยให้เขาอดทน ภรรยาของเขายังส่งหนังสือนวนิยายระทึกขวัญเรื่อง "The Outsider" ของ "สตีเฟน คิง" มาให้อ่านแก้เหงาระหว่างติดอยู่ในนั้น
ในอีกแง่มุมหนึ่งที่งดงามท่ามกลางความสยดสยอง วลาเซนโกเล่าว่า เขาคลานกลับไปยังจุดที่เท้าซึ่งถูกตัดขาดวางอยู่ และพบ "ผีเสื้อสีส้มสลับดำ" บินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ "ผมคิดในใจว่า พระเจ้า... แม้แต่ผีเสื้อก็ยังปรากฏตัวออกมาจากขาของผม"
🔵 [ปฏิบัติการประวัติศาสตร์: ส่ง "โดรนยักษ์" หิ้วร่างพ้นนรก]
การช่วยเหลือวลาเซนโกเป็นโจทย์ที่ยากระดับหิน เพราะเส้นทางภาคพื้นดินเต็มไปด้วยทุ่นระเบิด แม่น้ำขวางกั้น และโดรนสอดแนมของศัตรู ความพยายามส่งหุ่นยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับเข้าไปก่อนหน้านี้ ก็ถูกโจมตีทำลายจนไม่ประสบความสำเร็จ
ท้ายที่สุด ทีมกู้ภัยต้องงัดไม้ตาย ด้วยการประสานงานใช้โดรนขนาดใหญ่ Heavy Shot Ayudag-6 ที่ดัดแปลงให้สามารถบรรทุกสัมภาระและยกคนได้!
โดรนรุ่นนี้พัฒนาโดย Gurzuf Defense (บริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติยูเครน) มีน้ำหนักประมาณ 98 กิโลกรัม บรรทุกน้ำหนักได้ 70-90 กิโลกรัม ระยะบินสูงสุด 25 กิโลเมตร และปฏิบัติการที่ระดับความสูง 150-300 เมตร (ตามรายงานของนสพ. Pravda)
ปฏิบัติการชิงตัวประกันบนอากาศเริ่มขึ้น ทีมกู้ภัยได้หย่อนอุปกรณ์พิเศษที่มีสายรัดนิรภัยลงไปให้วลาเซนโก ซึ่งเขาทำตามคำแนะนำที่ซักซ้อมไว้ล่วงหน้า ก่อนยึดตัวเองเข้ากับอุปกรณ์ยก และถูกหิ้วร่างลอยขึ้นจากพื้นที่อันตรายได้สำเร็จ ภายใต้การควบคุมจากระยะไกลของเพื่อนร่วมรบ
ระหว่างทางมีโดรนลำอื่นบินคุ้มกันเพื่อสนับสนุนภารกิจ ซึ่งมีรายงานสุดระทึกว่า "โดรนลำหนึ่งถูกฝ่ายตรงข้ามยิงตก" ก่อนที่โดรนยักษ์จะพาวลาเซนโกไปถึงจุดปลอดภัยที่มีทหารแพทย์รอรับตัวส่งโรงพยาบาล รวมเบ็ดเสร็จปฏิบัติการนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 14 นาที 36 วินาที ครอบคลุมระยะทาง 62 กิโลเมตร!
"นาปาล์ม" (Napalm) โปรแกรมเมอร์จากกองพลน้อยที่ 92 ที่ร่วมเตรียมการระบุว่า "นี่เป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อนอย่างยิ่งแต่ประสบความสำเร็จ เป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์"
อย่างไรก็ตาม ปาฟโล เฟลด์เบลียม (Pavlo Feldblium) ผู้ร่วมก่อตั้ง Gurzuf Defense ได้เตือนว่า ไม่ควรใช้การลำเลียงทหารที่บาดเจ็บทางอากาศเป็นปฏิบัติการปกติประจำวัน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่ผู้บาดเจ็บต้องเผชิญระหว่างถูกห้อยต่องแต่งกลางอากาศ เขาเน้นย้ำว่าภารกิจลักษณะนี้ควรได้รับการวางแผนเป็นกรณีๆ ไป โดยพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น