เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : “ยีนนอกใจ” มีจริง? วิทยาศาสตร์ไขปมทำไมบางคน “เจ้าชู้”!

21 ต.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION : “ยีนนอกใจ” มีจริง? วิทยาศาสตร์ไขปมทำไมบางคน “เจ้าชู้”!

เวลาใครสักคน “นอกใจ” สิ่งแรกที่คนมักถามคือ “เพราะอะไร?” เพราะเบื่อ? ความสัมพันธ์มีปัญหา? ชอบความตื่นเต้น? หรือเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัว? แต่พลอยไปเจอบทความจีนที่โยงเรื่องนี้ไปถึง ยีน DRD4 และเรียกกันง่าย ๆ ว่า “ยีนนอกใจ”

ฟังดูน่าสนใจมาก แต่จริงๆ ต้องรีบอธิบายก่อนเลยค่ะว่า วงการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ยืนยันว่ามียีนตัวเดียวที่กำหนดว่าใครจะนอกใจหรือไม่ สิ่งที่มีจริงคือ บางงานวิจัยพบ “ความสัมพันธ์” ระหว่างความแปรผันของยีน DRD4 กับพฤติกรรมบางอย่างเท่านั้น
 


🔵 [DRD4 เกี่ยวอะไรกับความรัก?]


DRD4 เป็นยีนที่สร้าง dopamine D4 receptor ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบโดพามีนในสมอง ระบบนี้เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ การให้รางวัล และการตอบสนองต่อประสบการณ์ใหม่ งานที่ถูกพูดถึงมากชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ใน PLOS ONE ปี 2010 ศึกษาคนหนุ่มสาว 181 คน และพบว่า ผู้ที่มี DRD4 แบบที่เรียกว่า 7-repeat allele หรือ 7R+ รายงานประสบการณ์ one-night stand มากกว่า และในกลุ่มคนที่ยอมรับว่าเคยนอกใจ ผู้ที่มี 7R+ รายงานจำนวนคู่สัมพันธ์นอกความสัมพันธ์มากกว่ากลุ่มที่ไม่มีลักษณะดังกล่าว 
 


🔵 [แล้วพันธุกรรมมีส่วนกับการนอกใจบ้างไหม?]


คำตอบคือ อาจมีส่วน แต่เรื่องนี้ก็ซับซ้อนมากๆ ย้อนไปดูงานที่ศึกษาฝาแฝดหญิงในสหราชอาณาจักรกว่า 1,600 คู่เมื่อปี 2004 ประเมินว่า ความแตกต่างของพฤติกรรมนอกใจอาจมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมในระดับหนึ่ง แต่เมื่อทีมวิจัยลองเจาะไปที่ยีนเฉพาะ  ก็ไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนค่ะ  
.
ตรงนี้สะท้อนหลักสำคัญของพฤติกรรมมนุษย์เลยค่ะว่า ต่อให้พฤติกรรมหนึ่งมีส่วนประกอบทางพันธุกรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมียีนตัวเดียวคอยควบคุมมัน

พฤติกรรมซับซ้อนอย่างความซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์เกิดจากหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งบุคลิก ประสบการณ์ชีวิต ค่านิยม โอกาส สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์กับคู่รัก การควบคุมตนเอง และปัจจัยทางชีววิทยา

สมองของเราสามารถรู้สึกดึงดูดคนอื่น อยากได้สิ่งใหม่ หรือรู้สึกเบื่อกับความสัมพันธ์ระยะยาวได้ แต่การมีความรู้สึกหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราต้องทำตามมันเสมอไป ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ไม่เคยรู้สึกอะไรกับใครอีก” แต่เกี่ยวข้องกับวิธีจัดการแรงกระตุ้น การรักษาขอบเขต การสื่อสาร และการตัดสินใจซ้ำ ๆ ในชีวิตจริง

สุดท้ายแล้ว ยีนอาจมีส่วนกับ “แนวโน้ม” บางอย่าง แต่การรักษาความสัมพันธ์ยังขึ้นอยู่กับการเลือกของคนมากกว่า
 


🔵 [แล้วอะไรช่วยให้ความสัมพันธ์ไม่ไปถึงขั้น “นอกใจ”?]


งานวิจัยชี้ว่าความซื่อสัตย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรักอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับ ความตั้งใจที่จะรักษาความสัมพันธ์ การควบคุมตัวเอง และวิธีที่เราจัดการเมื่อเจอคนอื่นที่น่าดึงดูดด้วยค่ะ การติดตามคู่แต่งงานใหม่ราว 3 ปีพบว่า คนที่สามารถ “ถอนความสนใจ” จากคนอื่นที่น่าดึงดูดได้เร็วกว่า มีโอกาสนอกใจต่ำกว่า 

อีกงานพบว่า การเห็นคนอื่นน่าสนใจไม่ได้แปลว่าจะนอกใจ หากคนนั้นมีความสามารถในการควบคุมและยับยั้งตัวเองที่ดี

ขณะเดียวกัน งานข้อมูลคู่รัก 43 ชุดพบว่า การรับรู้ว่าคู่รักตั้งใจรักษาความสัมพันธ์ ความรู้สึกว่าเราได้รับการเห็นคุณค่า ความพึงพอใจทางเพศ และระดับความขัดแย้ง ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่สัมพันธ์กับคุณภาพความสัมพันธ์  จึงอาจพูดได้ว่า การรักษาความสัมพันธ์ไม่ใช่การหวังว่า “เราจะไม่รู้สึกกับใครอีกเลย” แต่คือเมื่อเริ่มหวั่นไหว เรายังรู้จักวางขอบเขต และไม่ปล่อยให้ความใกล้ชิดกับคนอื่นเดินต่อไปเรื่อยๆ ต่างหาก

เมื่อมีปัญหา ก็เลือกกลับมาคุยและซ่อมความสัมพันธ์ มากกว่าหนีออกไปหาความสบายใจจากคนใหม่ เพราะงานวิจัยชี้ว่า แรงดึงดูดอาจเกิดขึ้นเอง แต่สิ่งที่เราทำต่อจากนั้น ยังขึ้นอยู่กับการควบคุมตัวเองและความตั้งใจที่จะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้

ดังนั้น ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่การ “ไม่เคยหวั่นไหว” แต่คือการที่เรารู้สึกหวั่นไหวแล้ว ยังเลือกปกป้องความสัมพันธ์ที่ตัวเองไว้ให้คงอยู่ต่างหากค่ะ!

 

อ้างอิง : 人为什么会出轨?科学发现了“偷情基因”,你有这3个特征吗?

ข่าวล่าสุด