svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Lifestyle

วัย 50+ อย่าชะล่าใจ “งูสวัด” เสี่ยงกว่าที่คิด

27 ก.พ. 2569

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตรวจร่างกายสม่ำเสมอ คุมอาหาร ออกกำลังกาย และคิดว่าตัวเองยังแข็งแรงดี แต่มีความจริงอย่างหนึ่งที่คนวัย 50 ปีขึ้นไปจำนวนมากอาจยังไม่รู้ นั่นคือ เกือบทุกคนมีเชื้องูสวัดซ่อนอยู่ในร่างกายแล้ว [1]

เชื้อนี้ไม่ใช่เชื้อใหม่ แต่เป็นไวรัสตัวเดียวกับที่เคยทำให้เราเป็น “อีสุกอีใส” ในวัยเด็ก หลังจากหายแล้ว เชื้อจะไม่หายไปไหน แต่หลบซ่อนอยู่ตามปมประสาทของร่างกายอย่างเงียบ ๆ และจะถูกกระตุ้นให้กลับมาอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแรงลง ซึ่งสิ่งนี้มักเกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น [2]

 

ต่อให้ดูแลตัวเองดี ก็ยังเสี่ยง ยิ่งมีโรคเรื้อรังยิ่งต้องระวัง​

 

หลายคนอาจคิดว่า งูสวัดเป็นโรคของคนป่วยหนักหรือคนที่ร่างกายอ่อนแอเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ต่อให้ดูแข็งแรงดี ก็ยังมีโอกาสเป็นงูสวัดได้ เพราะปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “วัย” [2]

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มมีภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยตามวัย ทำให้เชื้อไวรัสที่เคยสงบอยู่ถูกกระตุ้นขึ้นมาได้ง่ายขึ้น [2] และหากใครมีโรคประจำตัวร่วมด้วย ความรุนแรงของงูสวัดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก [3-7]

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคไต เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะตีบ แตก หรือตัน รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคมะเร็ง หรือ HIV/AIDS ไม่เพียงแค่เสี่ยงเป็นงูสวัดมากขึ้น แต่ยังอาจทำให้อาการของโรคเดิมทรุดลงอย่างรวดเร็ว [3-7]

มีข้อมูลทางการแพทย์พบว่า หลังการติดเชื้องูสวัด อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิด “ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย” เพิ่มขึ้น 1.35 เท่า ภายใน 30 วัน และในผู้ที่เคยมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาก่อน หากเป็นงูสวัด ความเสี่ยงของการเกิดซ้ำจะสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยเป็นงูสวัดถึง 121 เท่า [8]

ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยเบาหวานที่เคยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี หลังเป็นงูสวัด บางรายพบว่าระดับน้ำตาลกลับควบคุมได้ยากขึ้น ต้องปรับยาที่ใช้อยู่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว [3]

.​

งูสวัดไม่ใช่แค่ผื่น แต่คือความเจ็บปวดที่อาจอยู่กับคุณไปอีกนาน​

หลายคนเข้าใจว่างูสวัดเป็นเพียงผื่นแดง มีตุ่มน้ำใส แสบร้อนที่ผิวหนัง พอผื่นหายก็จบ แต่สำหรับคนวัย 50+ สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ อาการแทรกซ้อนที่ตามมา [2]

ผู้ป่วยวัยนี้ประมาณ 1 ใน 3 มีโอกาสเกิดอาการปวดตามเส้นประสาท หรือที่เรียกว่า PHN แม้ผื่นจะหายไปแล้ว แต่อาการปวดกลับไม่หาย บางคนปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อต บางคนแสบร้อนเหมือนผิวหนังถูกเผา และอาการเหล่านี้อาจยืดเยื้อเป็นเดือน หรือบางรายยาวนานเป็นปี [9]

ที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ งูสวัดขึ้นตา ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วย บางรายอาการรุนแรงจนกระทบการมองเห็น และอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร [10]

เจ็บตัวอย่างเดียวไม่พอ แต่กระทบชีวิตประจำวันไปหมด [2]

งูสวัดไม่ได้สร้างความทรมานแค่ทางร่างกาย แต่ยังค่อย ๆ เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว

อาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังทำให้หลายคนไม่อยากออกไปทำกิจกรรม ไม่กล้าเดินทาง ไม่อยากพบปะผู้คน เพราะกลัวอาการจะกำเริบ ส่งผลให้ใช้ชีวิตอย่างจำกัด และค่อย ๆ แยกตัวออกจากสังคม

เมื่อรวมกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา การกินยาต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ สิ้นหวัง และเกิดภาวะซึมเศร้าในที่สุด งูสวัดจึงไม่ใช่โรคเล็ก ๆ ที่หายแล้วจบ แต่เป็นโรคที่อาจเปลี่ยนคุณภาพชีวิตไปตลอดกาล

 

เรื่องนี้ป้องกันได้ [11,12]

สิ่งที่น่ายินดีคือ งูสวัดสามารถป้องกันได้ โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงภาวะเครียด และการรับวีคซีนป้องกันโรคงูสวัด โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

การป้องกันตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยลดโอกาสการเกิดโรค แต่ยังช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจกระทบต่อชีวิตในระยะยาว

วัย 50+ อย่ารอให้ความเจ็บปวดมาถึงก่อน ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร และ พยาบาล เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการป้องกันด้วยวัคซีนงูสวัด เพราะสุขภาพที่ดีในวันนี้ คืออิสระในการใช้ชีวิตที่คุณควรมีต่อไปในวันข้างหน้า

 

NP-TH-HZU-SMP-260021 | 02/26

Non-promotional material

 

เอกสารอ้างอิง :

1.Thantithaveewat T;Southeast Asian J Trop Med Public Health;2019;50;94-100​

2.Harpaz R;MMWR Morbidity and Mortality Weekly Report;2008;57;1-40​

3.Mu~noz-Quiles c;human vaccines & immunotherapeutics;2017;13;2606-2611​

4.Yamaoka-Tojo M;Vaccines;2024;12;1-17 ​

5.Lin SY;Eur J Clin Microbiol Infect Dis;2014;1-7​

6.Parameswaran GI;Clin Infect Dis;2022;1-6​

7.Calabrese C;Cleve Clin J Med;2024;91;437-445​

8.Parameswaran GI;Open Forum Infectious Diseases;2023;1-5​

9.Kawai K;BMJ open;2014;4;1-18​

10.Kovacevic J;Clinics in Dermatology;2024;42;355-359​

11.IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule​

12.Harvard Health;2021;1-13;How to boost your immune system​