สำหรับการคัดเลือกเหยื่อ พล.ต.อ.สำราญระบุว่า ‘RoseRose’ จะเป็นผู้เลือกเอง จากการพูดคุยในกลุ่มรับหิ้วของทางเฟซบุ๊ก หากเหยื่อสนใจก็จะทักข้อความไปคุยส่วนตัว ซึ่งในกรณีของแอร์โฮสเตสสาว ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปเจตนาที่แท้จริงได้
ส่วนความสัมพันธ์ของนางสาวจันทรากับนายเอกวิทย์ พล.ต.อ.สำราญระบุว่า เป็นพี่สาวของน้องสะใภ้นายเอกวิทย์ ทั้งนี้พบว่า นางสาวจันทราเดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว อยู่บ่อยครั้ง โดยเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และขณะนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติอย่างกะทันหัน ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าค้นบ้านพักและประสานงานติดตามตัวแล้ว
เมื่อถามถึงหัวหน้าขบวนการ พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลแล้ว โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทราบเส้นทางว่าเฮโรอีนมาจาก จ.พะเยา และเป็นเครือข่ายที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ยืนยันว่าเป็นคนละกลุ่มกับคดีที่ ป.ป.ส. จับกุมสองสามีภรรยาที่ จ.เลย เพราะกลุ่มนี้ลักลอบนำเข้าผ่าน จ.พะเยา มาโดยตลอด
สำหรับคดีนี้สำนวนการสอบสวนถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง หากทางประเทศออสเตรเลียประสานขอข้อมูล ก็พร้อมให้ความร่วมมือ ส่วนผลการตัดสินคดีแอร์โฮสเตสสาวนั้น ขอไม่ก้าวล่วงกฎหมายออสเตรเลีย แต่ยืนยันว่าฝั่งไทยปรากฏข้อมูลครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนปราบปรามยาเสพติด จะสอบปากคำนายเอกวิทย์อย่างเข้มงวด และในวันที่ 11 ก.ค. จะคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว