แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐาน 5G ครอบคลุมมากที่สุดในภูมิภาค โดยครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 95% และครอบคลุมประชากรราว 99% แต่ระบบเครือข่ายภายในรถยนต์ยังพัฒนาไม่ทัน
ผู้ใช้งานจำนวนมากยังต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านฮอตสปอตจากโทรศัพท์มือถือ ขณะที่บริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มหลัก เช่น AIS Play, TrueID, YouTube และ Netflix ยังไม่ได้รับการบูรณาการเข้ากับระบบภายในรถอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้หน้าจออัจฉริยะภายในรถยังทำหน้าที่ไม่แตกต่างจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือ
เขากล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการเครือข่าย ซัพพลายเออร์ ผู้พัฒนาเนื้อหา และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ
การแข่งขัน EV ระลอกใหม่ก้าวสู่ยุคความอัจฉริยะเทคโนโลยี เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ห้องโดยสารอัจฉริยะ บริการเชื่อมต่อ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผู้บริโภคยอมรับเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น ความเต็มใจในการจ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่แก่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ ผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้สร้างเนื้อหา และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ
เขากล่าวว่า หากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์โลกมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ระลอก
ระลอกแรก คือการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยผู้ผลิตมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ กำลังการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน
ส่วนระลอกที่สอง เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน เป็นการแข่งขันด้านความอัจฉริยะของยานยนต์ โดย AI การขับขี่อัตโนมัติ คลาวด์คอมพิวติ้ง การเชื่อมต่อยานยนต์ และบิ๊กดาต้าได้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการสร้างนวัตกรรมของอุตสาหกรรม ไทยมีโอกาสก้าวสู่ฮับ Intelligent EV
ในฐานะ 1 ใน 10 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ซึ่งหัวเว่ยมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญในการต่อยอดสู่ศูนย์กลาง Intelligent EV ของภูมิภาค
เมื่อประกอบกับนโยบาย Thailand 4.0 และ Thailand Digital Blueprint 2030 ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการลงทุนด้านอุตสาหกรรม จะช่วยให้ประเทศไทยไม่เพียงรักษาสถานะฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของอาเซียน แต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน Intelligent EV ของภูมิภาคได้
อย่างไรก็ดี การสร้างระบบนิเวศ Intelligent EV ไม่สามารถเกิดขึ้นจากผู้เล่นรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ให้บริการแผนที่และระบบนำทาง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ผู้พัฒนาโซลูชัน AI และสมาคมอุตสาหกรรม
เดวิดกล่าวว่า หัวเว่ยมีเป้าหมายเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ทรัพยากร และแนวทางความร่วมมือ ลดข้อจำกัดระหว่างภาคอุตสาหกรรม และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Intelligent EV ของประเทศไทย
ขณะเดียวกันสร้างระบบนิเวศที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรม Intelligent EV ระดับโลก โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างระบบการเดินทางที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ และสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของไทย