จากผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพระดับภูมิภาคโดย DKSH พบว่า บริษัทต่าง ๆ กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญมากมาย ได้แก่ แรงกดดันด้านราคา ประสิทธิภาพของทีมขาย และกฎระเบียบที่ซับซ้อน ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ มากกว่าสิ่งที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทด้านการดูแลสุขภาพสามารถเข้าถึงตลาดได้รวดเร็วขึ้น จัดการกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่มีความซับซ้อน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ทีมงานของบริษัทได้มุ่งทำงานซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มที่มากกว่า อาทิ การพัฒนานวัตกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรทางการแพทย์ ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลการดำเนินธุรกิจที่ปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น (Scalable)
โมเดลดังกล่าวส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ป่วย โดยช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงยารักษาโรค เครื่องมือแพทย์ และโซลูชันสุขภาพต่าง ๆ ทั้งในโรงพยาบาลหลัก ร้านขายยาชุมชน คลินิก และที่บ้าน แทนที่จะกระจุกตัวอยู่เพียงในเขตเมือง จากผลสำรวจของ DKSH พบว่าผู้บริหารระดับสูงกว่า 60% ได้ขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มอบหมายให้พันธมิตรภายนอกดำเนินการ (Outsourced portfolio) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าแนวโน้มนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่าพันธมิตรภายนอกนั้น เปรียบเสมือน ‘ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์’ มากกว่าเป็นเพียงผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของ DKSH เป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทเภสัชกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และบริษัทชั้นนำด้านการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและระดับสากล ด้วยการดำเนินงานในประเทศไทยมายาวนานถึง 120 ปี และเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลกที่สั่งสมมายาวนานกว่า 160 ปี ทำให้ DKSH ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการให้บริการดูแลธุรกิจสุขภาพแบบครบวงจรในอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย โดยพิจารณาจากส่วนแบ่งการตลาด ปัจจุบันบริษัทให้บริการลูกค้ากว่า 300 ราย บริหารจัดการสินค้ามากกว่า 35,000 รายการ และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายกว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และช่องทางสาธารณสุขชุมชน
“ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่งผลให้บริษัทด้านการดูแลสุขภาพต้องปรับรูปแบบการนำส่งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และโซลูชันด้านสุขภาพให้สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง DKSH สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ผสานความเชี่ยวชาญในตลาดไทย เครือข่ายการเข้าถึงทั่วประเทศ ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ และข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven insights) เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถส่งมอบการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที่บ้าน” คุณนันท์นภัส กล่าวสรุป