หรือแม้แต่ "วันชัย สอนศิริ" อดีตสว. และ ทนายความขมองอิ่ม ถึงกับโพสต์ แนะนำ "นายกฯแพทองธาร" ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะคิดได้ และควรจัดการ วางตัวอย่างไร ต่อสถานการณ์วิกฤตของบ้านเมือง หากไม่มีการปรับปรุง จะส่งผลร้ายต่อนายกฯ ในไม่ช้า
" อดีตสว.วันชัย" ให้ความเห็นว่า "คุณแพทองธาร จะต้องให้ทีมงานที่ปรึกษารีบแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะบุคลิกของนายกรัฐมนตรี ที่มีประชาชนชอบ และให้การสนับสนุนเริ่มไม่สบายใจ ทั้งการแต่งเนื้อแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า ที่ควรจะพิถีพิถันให้เหมาะสม, ท่าทีการให้สัมภาษณ์ ที่ควรแสดงออกถึงความรู้ความสามารถ และการเตรียมตัว ที่ไม่บ่งบอกถึงความไม่พร้อม ไม่มีการเตรียมตัว มือไม้หน้าตาเลิ่กลั่ก ตื่นเต้น ประหม่า ที่ผู้ที่เป็นผู้นำไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ รวมถึงเรื่องครอบครัว ทั้งสามี และบุตร ที่เรื่องครอบครัว ก็ควรเป็นเรื่องของครอบครัว เช่นสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ภริยาและลูก ๆ จะปรากฏตัวน้อยมาก แต่นางสาวแพทองธาร กลับพาสามี และลูกออกงานหลายครั้ง หลายโอกาส จนเป็นที่วิจารณ์"
คำแนะนำจากแฟนคลับ รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมือง ส่งถึง "นายกแพทองธาร" ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ บรรดาแฟนคลับหลากค่ายต่างติดตามสอดส่อง พฤติการณ์ "นายกแพทองธาร" ตั้งแต่เริ่มเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เพียงแต่รอบนี้ดูจะเป็นเสียงเตือนที่ถาโถมโหมเข้ามาเป็นพายุใส่"แพทองธาร" ที่จะยืนหยัดท้าทายลมแรงได้หรือไม่
นับตั้งแต่ "แพทองธาร" เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ มักจะถูกจับจ้องในเรื่องการวางตัว การขาดคนชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง
คอการเมืองวิเคราะห์ว่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว"นายกฯแพทองธาร" มีที่ปรึกษาให้คำแนะนำแต่นายกฯ เหมือนจะมีลักษณะนิสัยเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินไปหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นการพบปะหารือทวิภาคีกับผู้นำต่างชาติ ด้วยการก้มหน้าอ่านไอแพด โดยที่"นายกฯแพทองธาร" ชี้แจงต่อสื่อในเวลาต่อมาว่า สาเหตุที่ก้มหน้าก้มตาอ่านไอแพดเพื่อป้องกันความผิดพลาดเกี่ยวกับศัพท์เฉพาะ และ ใครๆก็ทำ
หรือ กรณี การแต่งกาย ในกิจการงานราชการ ต่างประเทศ กับ ชุดที่สบายๆ ชิวชิว หรือ การได้นำครอบครัว มารับ มาส่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล ชนิดที่ ผู้นำประเทศในอดีต หรือแม้แต่ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯผู้พ่อ ไม่บ่อยนักจะให้บุคคลในครอบครัวมาพบที่ทำเนียบฯ หรือไม่ก็ให้เข้าประตูด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้าชนิดที่สื่อแทบไม่ค่อยจับภาพได้ทัน แตกต่างกับ "นายกฯแพทองธาร" ถึงขนาดให้สามีพาลูกเล็ก จับมือแกว่งแขน เดินเล่นกันกลางสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
ฉะนั้น ต้องกลับมาขบคิดกันต่อว่า แท้ที่จริงแล้ว เป็นเพราะตัวตน "แพทองธาร" เป็นแบบนี้นี่เอง ต้องการบริหารราชการแผ่นดิน แบบชิวชิวสบายๆ
-หรือ เป็นเพราะขาดทีมงานประจำตัวคอยให้คำปรึกษา
-หรือ มีทีมงานประจำตัวให้คำปรึกษาแล้ว แต่นายกฯเชื่อมั่นตัวเองสูง ว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้อง- ดีแล้ว- สมควรแล้ว
แม้พฤติการณ์ "นายกฯแพทองธาร" ไม่ได้มีผลให้รัฐบาลล่มสลาย เนื่องจาก การนำเสนอภาพลักษณ์ตนเองออกมาแบบนี้ ไม่ได้ชี้ว่ากระทำการทุจริตแต่อย่างใด
แต่พฤติการณ์ลักษณะนี้ เป็นการเปิดช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้าม จ้องจับผิด นำมาวิพากษ์วิจารณ์ เซาะกร่อน บ่อนทำลาย ภาพลักษณ์ผู้นำสตรีวัย 38 ไปเรื่อยๆ ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นลุกลามการนำพาพรรคตนเองระยะยาวอีกด้วย หากยังบริหารบ้านเมืองช่วงสามปีที่เหลือเพื่อเลือกตั้งเข้ามาใหม่ในปี 2570
ทำนองกลับกัน หากพิจารณาปิดจุดอ่อนตรงนี้อย่างทันท่วงทีน่าจะเกิดผลลัพธ์ในทิศทางที่ดีกว่าที่กล่าวข้างต้น หรือไม่
เหมือนสำนวนโบราณกล่าวไว้ "แม้แต่เสียงจิ้งจกทัก เขาก็ยังระมัดระวัง"