เนชั่นทีวี

การเมือง

ติดหล่ม “อนุรักษ์ฯ” หรือ “พยัคฆ์ติดปีก”?

25 พ.ย. 2567 | ข่าวไม่ก๊อป โดย กอล์ฟ ปกรณ์

ติดหล่ม “อนุรักษ์ฯ”  หรือ “พยัคฆ์ติดปีก”?

เมื่อการเมืองไทย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ! วิเคราะห์มติศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนอย่างไรกรณีศาลฯ ไม่รับคำร้อง “ทักษิณ-เพื่อไทย” ล้มล้างการปกครอง

ปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี
24 พฤศจิกายน 2567

 

มติสั้นๆ ของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.67 ส่งนัยทางการเมืองหลายประการ

"ออกตัวก่อนว่า ศาลอาจไม่ได้มุ่งหมายขนาดที่ผมกำลังจะเล่านี้ แต่มติที่ออกมา ถูกนำไปตีความทางการเมืองอย่างกว้างขวางทันที"

1.พฤติการณ์ 6 เรื่องที่ร้องมา มีเรื่องเดียวที่มีมูลอยู่บ้าง คือ เอ็มโอยู 44 ส่วนที่เหลือไม่มีมูลเลย 

2.หากข้อเท็จจริงไม่ขยายไปมากกว่านี้ แปลว่านี่คือการปลดล็อกคดียุบพรรคเพื่อไทย ในข้อหา “ครอบงำ ชี้นำ สั่งการ” ใช่หรือไม่

พูดกันแบบไม่เข้าข้าง ก็ต้องยอมรับว่าแนวโน้มมันเป็นแบบนั้น เพราะการกระทำมันจบไปแล้ว โดยเฉพาะการตั้งรัฐบาลแพทองธารในบ้านจันทร์ส่องหล้า, การปรับพรรคพลังประชารัฐพ้นจากการร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่การที่รัฐบาลแพทองธาร แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ด้วยประเด็นและเนื้อหาคล้ายคลึงกับที่อดีตนายกฯ ทักษิณพูดบนเวทีของเนชั่น 

ฉะนั้นถ้าไม่มีพฤติกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก สิ่งที่ทำมาแล้วก็อาจไม่นำไปสู่การยุบพรรคใช่หรือไม่

ติดหล่ม “อนุรักษ์ฯ”  หรือ “พยัคฆ์ติดปีก”?

3.ต้องไม่ลืมว่า “คดียุบพรรค” สุดท้ายจะมาจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ 

หากคิดเทียบกับคดียุบพรรคก้าวไกล ศาลนำข้อเท็จจริงและคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯ มาใช้เป็นฐานในการพิจารณา และสั่งยุบก้าวไกล ฉะนั้นหากมีคดียุบพรรคเพื่อไทยในข้อเท็จจริงเหล่านี้ (จากคดีล้มล้างฯ ซึ่งศาลไม่รับคำร้อง) ศาลย่อมไม่สั่งยุบ เพราะมีคำสั่งไม่รับคำร้องคดีล้มล้างฯ กำกับอยู่ระดับหนึ่ง 

แน่นอน ”คำสั่ง“ ไม่ใช่ “คำวินิจฉัย” ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ “เป็นที่สุดและผูกพันทุกองค์กร” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คำสั่งนี้ได้สร้างบรรทัดฐานสำคัญ 3 ประการ และเปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยนำไปใช้เป็นเกราะป้องกันตัว นั่นก็คือ 

หนึ่ง - การกระทำนั้นต้องดำเนินอยู่ - แต่ 6 พฤติการณ์ในคำร้องนี้ มีถึง 5 พฤติการณ์ที่จบไปแล้ว 

สอง - ไม่ห่างไกลเกินกว่าเหตุ - ศาลสรุปไปแล้วว่าพฤติการณ์ทั้ง 6 เท่าที่ร้องมา หากไม่ทำอะไรเพิ่มกว่านี้ ยังห่างไกลเกินกว่าเหตุ 

สาม - วิญญูชนต้องคาดเห็นได้ว่าเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองฯ

ติดหล่ม “อนุรักษ์ฯ”  หรือ “พยัคฆ์ติดปีก”?

4.เอ็มโอยู 44 เป็นพฤติการณ์เดียวที่ยังไม่จบ เพราะถือว่ามีมูลอยู่บ้าง หากรัฐบาลแพทองธารเดินหน้าต่อ ยังมีความเสี่ยง และถูกรื้อฟื้นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

เพราะเป็นพฤติการณ์เดียวจาก 6 พฤติการณ์ที่นำมาสู่การโหวตของตุลาการ เพราะเสียงไม่เป็นเอกฉันท์

และหากพิจารณาจากข้อเท็จจริง ประเด็นเอ็มโอยู 44 ก็ถือว่ามีความเสี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลเตรียมนำเข้าคณะรัฐมนตรี ตั้ง JTC และเดินหน้าเจรจาต่อไป ซึ่งแต่ละเรื่องย่อมกลายเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่นำไปร้องศาลได้อีก โดยเฉพาะหากเร่งรัด-รวบรัด ไม่นำเข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภา หรือไม่เปิดประชาพิจารณ์​

5.อัยการสูงสุดส่งหนังสือแจ้งกลับมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับจริงตามข่าวที่ “เนชั่นทีวี” เคยรายงานไป แปลว่านอกจากแจ้งว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว (สอบใครบ้าง) ยังมีความเห็นของอัยการสูงสุดแนบมาด้วยว่า คำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 นำมาสู่มติไม่รับคำร้องของศาล 

ถือเป็นทางออก ทางลง และการระวังหลังอย่างดี ไม่ให้มีการย้อนเกล็ดได้ เนื่องจากสององค์กรในกระบวนการยุติธรรมเห็นตรงกัน 

เรื่องนี้ ถ้ามองในมุมกลับ หากศาลต้องการรับคำร้องไว้พิจารณา ก็อาจไม่จำเป็นต้องถามอัยการสูงสุดเลยด้วยซ้ำ เหมือนคำร้องอื่นๆ ในอดีตที่ผ่านมา

ติดหล่ม “อนุรักษ์ฯ”  หรือ “พยัคฆ์ติดปีก”?

6.ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และท่านปัญญา อุดชาชน ที่กำลังจะครบวาระ เป็นตุลาการสองท่านที่ลงมติเป็นบวกต่อผู้ถูกร้องในคำร้องนี้ 

สำหรับทิศทางในบริบท “การเมืองโดยแท้” คาดการณ์ได้แบบนี้ 

 - อดีตนายกฯทักษิณ จะเป็น “พยัคฆ์ติดปีก” แน่นอน 

 - อดีตนายกฯน่าจะเคลื่อนไหวทางการเมืองหนักขึ้น แรงขึ้นตามสไตล์ high risk high return แต่ก็จะระวังตัวมากขึ้นด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาด เพราะเดิมพันไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่รวมถึงลูกสาว

 - อดีตนายกฯจะทรงอิทธิพลมากขึ้น เพราะเล่นใหญ่ตั้งแต่เวทีอุดรฯ รวมถึงให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ แล้วทุกอย่างเป็นไปตามที่คอการเมืองคาดการณ์ คือ เหมือนรู้สัญญาณมาก่อนว่างานนี้ไม่โดน 

 - จับตาแนวทางพาอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์กลับบ้าน 

งานนี้ต้องเกาะติดระเบียบกระทรวงยุติธรรมที่จะออกหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงว่าด้วย “สถานที่คุมขังอื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ” ว่าหมายถึงอะไรบ้าง ต้องไม่ลืมสิ่งที่เรียกว่า House arrest ที่สำคัญต้องจับตากฎกระทรวงและระเบียบว่าด้วย “เรือนจำเอกชน” ที่จะออกตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ มาตรา 6

 - คดีการเมืองอาจหลุดบ่วงทั้งหมดจริงๆ หากไม่ทำอะไรผิดพลาดเพิ่มเติม หรือก่อเรื่องใหม่ๆ แต่อดีตนายกฯยังมีคดี 112 เป็นบ่วงอาญาที่ผูกขาอยู่ 

แต่ทั้งหมดที่ผมสรุปมา เป็นความจริงเฉพาะวันนี้ หรือห้วงเวลานี้เท่านั้น เพราะในอนาคต ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ 

เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่า การเมืองไทย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ และ “นิติสงคราม” กับ “ตุลาการภิวัฒน์” ทำได้ทุกอย่าง เพื่อบังคับวิถีการเมืองไทย!

ข่าวล่าสุด