แต่ยังเป็นการเรียกแขก จากบรรดานักร้องทั้งหลายตามมาชนิดที่เราเองพอคาดการณ์กันมาก่อนแล้วว่า ถึงอย่างไรเสีย ต้องเกิดสึนามิตามมาพัดถล่ม จากเนื้อหาการปราศรัยของคุณทักษิณ ที่ดูจะวางบทบาทตนเองมากกว่าแค่ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัครเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรฯ ธรรมดา
เพราะช่วงการปราศรัยที่อุดรฯ "ทักษิณ" ยังกล่าวถึง บรรดานักร้อง เปรียบได้กับ สุนัขเห่าหอนยามดึก ซึ่งถ้าหากพิจารณาในเชิงลึกไม่ใช่แค่การระบายความอัดอั้นรำคาญใจต่อบรรดานักร้องเท่านั้น แต่ยังมีการสื่อสารในลักษณะที่ต้องการสร้างแรงกดดันไปยังองค์กรอิสระต่างๆที่กำลังตรวจสอบ "ทักษิณ" อยู่ด้วย
เพื่อต้องการให้เห็นว่า "ทักษิณ"ยังเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง มีมวลชนสนับสนุนจำนวนมาก คุณทักษิณยังสามารถชี้ทิศทางความเป็นไปของรัฐบาลเพื่อไทยได้ การยืนหยัดปราศรัยด้วยเนื้อหาทั้งหลายทั้งปวงกระทำได้ไม่มีความผิด ไม่ใช่แทรกแซง ครอบงำ ดังนั้น คำร้องของนักร้อง ที่ส่งถึงองค์กรอิสระต่างๆ ก็ไร้น้ำหนักเช่นกัน
จริงอยู่ ฉากหน้าบนเวทีปราศรัย อาจเป็นการปลุกขวัญเรียกความมั่นใจ แต่หารู้ไม่ว่า ฉากหลัง เป็นยุทธศาสตร์ความคิดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง
-เสี่ยงที่ฝ่ายตรงข้าม ควานหาจุดอ่อน ช่องว่าง ข้อผิดพลาด นำมาตีตลบหลัง
-เสี่ยงที่จะทำให้องคาพยพที่เจ้าตัวคิดว่ากุมสภาพได้ทั้งหมด อาจต้องล้มทั้งกระดาน?
อย่างที่กล่าวข้างต้น เพราะคล้อยหลังเสร็จสิ้นการปราศรัย บรรดานักร้องได้ฤกษ์เคลื่อนไหวรอบใหม่ทันที
ตรงนี้ จะมองกันแบบผิวเผิน ประเมินแค่นักร้องต้องการเล่นการเมืองหรือไม่ รับจ๊อบรับงานมาก็ไม่น่าถูกต้องทั้งหมด แต่การเคลื่อนไหวของนักร้องรอบใหม่ ล้วนมาจากเหตุเริ่มต้น "ทักษิณ" ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยเนื้อหาหมิ่นเหม่ ซึ่งล้วนเป็น ความเสี่ยง ที่"ทักษิณ"และทีมงานก็น่าศึกษามาก่อนและพร้อมเผชิญ
เราจึงเห็นการเคลื่อนไหวโดยนักร้องสองราย ไปยื่นคำร้องเอาผิด"ทักษิณ" ชนิดที่วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2567 )"กกต."หัวกระไดไม่แห้ง เพราะเดินทางมาแบบต่อเนื่องภายในวันเดียวกัน
รายแรก "นพรุจ วรชิตวุฒิกุล" อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ "กกต" ซึ่งเป็นเนื้อหาถอดเทปการปราศรัยของ "ทักษิณ" ระหว่างลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "ผู้สมัครนายกอบจ.อุดรธานี" หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องยุบ 6 พรรคการเมือง ที่ไปพบ"ทักษิณ" ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า กับทางกกต.ไปแล้ว เรียกได้ว่า เป็นการยื่นคำร้องตอกย้ำ ความผิดครอบงำครอบครองพรรคเพื่อไทย ให้หนักแน่นขึ้น
รายที่สอง "สนธิญา สวัสดี" นักเคลื่อนไหว ยื่น "กกต." เพื่อตรวจสอบกรณี "ทักษิณ" ในฐานะ"ผู้ช่วยหาเสียง" ของพรรคเพื่อไทย ไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร "นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี" โดยตั้งข้อสังเกตว่า "ทักษิณ" ถือสัญชาติไทยและสัญชาติมอนเตเนโกรหรือสัญชาติอื่นด้วยหรือไม่
เพราะการถือทั้งสองสัญชาติ จะทำให้การช่วยหาเสียงของ"ทักษิณ"เป็นโมฆะ และผิด พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น ที่กำหนดห้ามบุคคลไม่ใช่สัญชาติไทยมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งทุกระดับ ขัดต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง และรัฐธรรมนูญ 2560
ฉะนั้น การที่"ทักษิณ" ปลดปล่อยพลังการปราศรัยออกมาแบบตรงๆ แรงๆ กระแทกฝ่ายตรงข้ามแบบ 360 องศา อาจกล่าวได้ว่า "ทักษิณ" น่าจะรู้ดีว่าจะเกิดผลอะไรตามมา
เกมการเมือง เป็นเรื่องที่นักการเมืองรู้ดีว่า เมื่อลงมาเป็นผู้เล่นบนกระดานแล้ว ต้องพร้อมรับความเสี่ยง โดยที่"ทักษิณ" มั่นใจสูงว่า ตนเองเองอาจมีแบ็คดี ที่จะพาให้รอดจากความเสี่ยงหายนะทั้งปวง?!?
“หุบเหวความเสี่ยง” รอ ทักษิณก้าวข้ามหรือร่วงหล่น
กกต. - สารพัดคำร้อง "ทักษิณ" กล่าวหาครอบงำแทรกแซงเพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาล เสนอชื่อนายกฯ
ป.ป.ช.- คำร้องตรวจสอบ "ทักษิณ" อดีตนักโทษเข้ารับการรักษาร่างกาย ชั้น 14 รพ.ตำรวจ
สภา- กมธ.มั่นคงฯ ตรวจสอบปมชายชั้น 14 และอาจนำไปสู่ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมต.
ศาลรธน. - 22 พ.ย. 67 ประชุมพิจารณา รับหรือไม่รับ คำร้องปม ทักษิณและพรรคเพื่อไทยล้มล้างการปกครองฯ