"วรภัค" อดีต รมช. คลัง ยื่นฟ้อง 50 ล. "สฤณี” หมิ่นโยงแก๊งสแกมเมอร์
27 พ.ย. 2568

“วรภัค ธันยาวงษ์” อดีต รมช.คลัง ยื่นฟ้อง 50 ล้านบาท "สฤณี” ปมกล่าวหาโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ
การเมือง
27 พ.ย. 2568

“วรภัค ธันยาวงษ์” อดีต รมช.คลัง ยื่นฟ้อง 50 ล้านบาท "สฤณี” ปมกล่าวหาโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ
27 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (26 พ.ย.) นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ น.ส.สฤณี ต่อศาลอาญาธนบุรี ในหมายเลขคดีดำที่ อ.1566/2568 โดยมีข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551 พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งเป็นจำนวน 50 ล้านบาท
การยื่นฟ้องดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่ น.ส.สฤณี ถูกกล่าวหาว่า ได้นำเข้าและเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในห้วงระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568
โดยในคำฟ้องระบุว่า นายวรภัค ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รมช.คลัง ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ระบุว่า ตนและภริยาได้รับความเสียหาย จากการที่จำเลยได้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาท
นายวรภัค โจทก์ในคดีนี้ ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นในคำฟ้องว่า ตนและภริยาไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง กับธุรกิจผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น ตามที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะกรณีการทำธุรกรรมทางการเงินของภริยานั้น โจทก์ชี้แจงว่า หลักฐานที่นำมาเผยแพร่เป็นเพียงการลงทุน และขายคืนหน่วยลงทุนตามปกติ ในกองทุนภายใต้การกำกับดูแลของ Monetary Authority of Singapore (MAS) ซึ่งมีเอกสารยืนยันธุรกรรมครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย
นายวรภัค เปิดเผยว่า การกล่าวหาที่เป็นเท็จและไม่เป็นความจริงนี้ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โจทก์ต้องตัดสินใจ ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนตัวที่ถูกกล่าวหานี้เ ข้ามาเป็นภาระต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
โจทก์ระบุว่า แม้ตนได้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะไปแล้ว แต่จำเลยก็ยังมิได้ดำเนินการลบ หรือแก้ไขข้อมูลเท็จ ทำให้ข่าวลวงยังคงแพร่กระจาย และสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชนต่อไป
ในคำฟ้อง โจทก์เน้นย้ำว่า การกระทำของจำเลย ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เกียรติยศ และศักดิ์ศรีส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผล กระทบ ต่อความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ในกระทรวงการคลังว่า เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และอาจทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมองว่า ตลาดทุนไทยมีความเสี่ยงสูง ต่อการถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว โจทก์จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี และเกียรติยศส่วนบุคคล และเพื่อไม่ให้สังคมตกเป็นเหยื่อของข้อมูลเท็จที่ บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุนต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ ศาลอาญาธนบุรีได้กำหนด นัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีนี้ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.00 นาฬิกา
ข่าวล่าสุด