โดยกลุ่มที่ได้รับพิจารณามีอยู่ 4.76 บัญชี แบ่งเป็นกลุ่มที่เป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ที่เป็น Non-bank ส่วนนี้จะโอนไปที่ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ซึ่งเป็น AMC ภายใต้การกำกับของรัฐ
และอีกหนึ่งกลุ่มคือกลุ่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจพวกกลุ่ม SFI ซึ่งเมื่อรวมกันทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทลูกและ SFI รวมกันทั้งหมดประมาณ 2.4 ล้าน บัญชี ยอดหนี้ประมาณ 60,000 กว่าล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้เพื่อจะทำให้ลูกหนี้ คนไทยหายใจได้คล่องขึ้น เพราะจะพิจารณาการผ่อนชำระและปิดจบได้เร็ว ซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญตามนโยบาย “ควิกบิ๊กวิน” กระตุ้นสั้นได้ผลยาว กระจายตัว ทำให้ผู้ที่ต้องการกลับมาเป็นคนดี มีวินัยในการผ่อนกลับเข้ามามีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้
โดยวันนี้ได้อนุมัติในหลักการแล้ว หลังจากนี้ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะไปลงในรายละเอียด กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน เพื่อทำเอ็มโอยู ลงรายละเอียดร่วมกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการเรือธงสำคัญที่จะทำให้หนี้ในครัวเรือนประเทศไทยกลับมาดีขึ้น
ย้ำว่าไม่ได้เป็นภาระของงบประมาณ เพราะส่วนหนึ่งจะนำเงินคงเหลือจาก กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ประมาณ 26,000 ล้านบาท มาซื้อหนี้ และเชื่อว่าวิธีนี้จะเป็นการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน